[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 1.50
  
  
 
  

Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]

e-Learning
e-Learning




  

ประเภท : สรรหาสาระชาวท้องถิ่น โดย หลัดอ้วน
เรื่อง : คัมภีร์ สัมมนาต่อเนื่องเรื่องวินัย
ผู้เขียน : หลัดอ้วน
เข้าชม : 2125
อาทิตย์ ที่ 13 เดือน มกราคม พ.ศ.2556 [ ดาวน์โหลด แฟ้มข้อมูลประกอบ ]
4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 10 ครั้ง.

  

 

 

 

 

คัมภีร์

สัมมนาต่อเนื่องเรื่องวินัย

 

 

 

ประกอบการสัมมนาทางวิชาการ

เครือข่ายคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น

ประจำปี ๒๕๕๖

 

 

 

ระหว่างวันที่ ๖-๑๖ มกราคม ๒๕๕๖

ณ โรงแรมปากช่องแลนด์มาร์ค อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

 

 

 

 

                ส่วนมาตรฐานวินัย อุทธรณ์และร้องทุกข์

สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคลส่วนท้องถิ่น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทย

 

 

 

คำนำ

 

คัมภีร์สัมมนาต่อเนื่องเรื่องวินัย นี้ เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในการปฏิบัติ

หน้าที่เครือข่ายคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่นให้สะดวก รวดเร็ว และคล่องตัว

เมื่อจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมด้านวินัยโดยมีข้ออ้างอิงที่ถูกต้องแม่นยำ  ซึ่งหากต้องการค้นหาเอกสารสำคัญ

สามารถทำได้ทันทีจากหนังสือมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย  และการดำเนินการทางวินัย

การให้ออกจากราชการ สิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์ และการร้องทุกข์  คู่มือการดำเนินการ

ทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรการดำเนินการทางวินัยพนักงานส่วน

ท้องถิ่น หนังสือตอบข้อหารือเกี่ยวกับวินัยของข้าราชการพลเรือน หนังสือแนวทางการลงโทษทางวินัยตาม

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนและหนังสือรวมมติ ค.ร.ม. มติ ก.พ.และระเบียบที่เกี่ยวกับวินัยข้าราชการ

พลเรือน เป็นต้น ซึ่งได้แจกจ่ายบ้างแล้วในการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวินัยที่ผ่านมา

                   การปรับปรุงเนื้อหาจะเกิดขึ้นเป็นระยะเพื่อให้ทันสมัย โดยได้แก้ไขปรับปรุงเรื่อยมาตั้งแต่

การสัมมนาต่อเนื่องเรื่องวินัย (โครงการหัวเพชร) ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ถึงปัจจุบัน  คาดว่าจะ

มีทั้งสิ้นประมาณ ๒๕๐ ข้อ  สำหรับการเป็น นักวินัยมืออาชีพ อย่างแท้จริง  หากพบข้อผิดพลาดขอได้แจ้ง

เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป

                หวังว่าจะได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่า และขอให้เผยแพร่เอกสารนี้ไปยังเครือข่ายคณะ

กรรมการสอบสวนทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น (DIN) ทุกคนด้วย

 

 

 

ส่วนมาตรฐานวินัย อุทธรณ์และร้องทุกข์

สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

๖ มกราคม ๒๕๕๖

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบาญ

 

ลำดับ                                  เรื่อง                                                           หน้า

          หนังสือทั่วไป

๑.       หนังสือประชาสัมพันธ์โครงการสัมมนาทางวิชาการฯ ประจำปี ๒๕๕๖                         ๑

๒.       โครงการสัมมนาทางวิชาการเครือข่ายคณะกรรมการสอบสวนฯ ประจำปี ๒๕๕๖             ๔

๓.       แนวทางการจัดตั้งและดำเนินกิจกรรมเครือข่ายฯ                                                ๖

๔.       เร่งรัดการดำเนินกระบวนการทางวินัยฯ                                                       ๑๐

            คัมภีร์สัมมนาต่อเนื่องเรื่องวินัย

๑.       วินัยและการรักษาวินัย                                                                         ๑๓

๒.       การดำเนินการทางวินัย                                                                         ๒๑

๓.       การรายงานการดำเนินการทางวินัย                                                            ๕๔

๔.       ปกิณกะ                                                                                          ๕๖

๕.       พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ                                                                               ๖๓

๖.       การให้ออกจากราชการ                                                                         ๖๘

๗.       การสั่งพักราชการ และการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน                                      ๗๔

๘.       การอุทธรณ์ และการพิจารณาอุทธรณ์                                                         ๘๓

๙.       การร้องทุกข์ และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์                                                  ๙๒

 

 

-------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คัมภีร์

สัมมนาต่อเนื่องเรื่องวินัย

 

 

 

(ข้อมูล ณ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๖)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงการสัมมนาต่อเนื่องเรื่องวินัย

ส่วนมาตรฐานวินัย อุทธรณ์และร้องทุกข์

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

เริ่มวันศุกร์ที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔

ณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อาคาร ๕ ชั้น ๕ ห้องประชุม ๕๕๐๑

----------

หมายเหตุ  ๑.  ผู้เข้าสัมมนาได้แก่ หัวหน้ากลุ่มงานฯ หรือเจ้าหน้าที่ สถ. (ผู้ประสานงานหรือผู้ช่วยผู้ประสานงานเครือข่าย)

                       จำนวน ๑ คน และเครือข่ายคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น อีกจำนวน ๒ คน

                  ๒.  เอกสารฉบับนี้ไม่ควรใช้กล่าวอ้าง จนกว่าจะได้ตรวจสอบกับข้อกฎหมาย/มาตรฐานและหนังสือสั่งการฯ ที่

                       เกี่ยวข้องซึ่งได้ระบุไว้แล้วในช่องด้านขวามือ

                  ๓.  จะมีการพัฒนาและเพิ่มเติมสาระให้สมบูรณ์และครอบคลุมยิ่งขึ้น

                  ๔.  พบข้อผิดพลาด โปรดแจ้ง ๐๘๑-๑๗๔-๓๗๘๔ หรือ ๐๘๒-๓๐๐-๒๕๕๕

                  ๕.  ข้อมูล ณ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๖

๑. วินัยและการรักษาวินัย

หัวข้อ/ประเด็น

ขอบเขต/เนื้อหา

สรุปขั้นตอนการปฏิบัติ/อธิบาย

กฎหมาย/มาตรฐาน และหนังสือสั่งการฯ ที่เกี่ยวข้อง

๑. คณะกรรมการข้าราชการหรือ

    พนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.แต่

    ละระดับ) มี ๓ ระดับ

๑.๑  ก.ถ.

 

 

๑.๒  ก.กลาง

       - ก.จ.

       - ก.ท.

       - ก.อบต.

๑.๓  ก.จังหวัด

       - ก.จ.จ.

       - ก.ท.จ.

       - ก.อบต.

         จังหวัด

       - ก.เมือง

         พัทยา

๑.๑.๑ มีคณะเดียวดูแล อปท.ทุก

         ประเภท

 

๑.๒.๑ มี ๓ คณะ ตามประเภท อปท.

         (ก.ท.ใช้กับเมืองพัทยาด้วย)

         /รมว.มท.เป็นประธาน

 

๑.๓.๑ มี ๔ คณะ ตามประเภท อปท.

         (เว้น กทม.)

         /ผวจ.เป็นประธาน และกำกับ

         ดูแล อปท.แต่ละประเภท

        

 

๑.๑ พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร

      งานบุคคลส่วนท้องถิ่น

      พ.ศ. ๒๕๔๒ ม. ๓๐, ๓๓

๑.๒ พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร

      งานบุคคลส่วนท้องถิ่น

      พ.ศ. ๒๕๔๒ ม. ๑๖, ๑๗,

      ๒๔, ๒๖, ๒๘

๑.๓ พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร

      งานบุคคลส่วนท้องถิ่น

      พ.ศ. ๒๕๔๒ ม. ๕, ๑๓,  

      ๒๓, ๒๔, ๒๕, ๒๖

 

 

 

 

๒. การอ้างอิงกฎหมาย

    (เมื่อจะออกคำสั่งเกี่ยวกับการ

    บริหารงานบุคคล เช่น คำสั่ง

    แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

    หรือคำสั่งลงโทษทางวินัย)

 

 

 

 

๒.๑ มาตรฐาน

      กลางของ

      ก.ถ.

๒.๒ มาตรฐาน

      ทั่วไปของ        

      ก.กลาง

๒.๓ หลักเกณฑ์

      และเงื่อนไข

      ของ ก.จังหวัด

๒.๑.๑ เป็นเพียงกรอบในการกำหนด

         มาตรฐานทั่วไปของ ก.กลาง

 

๒.๒.๑ เป็นเพียงกรอบในการกำหนด

         หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ

         ก.จังหวัด

๒.๓.๑ อ้างอิงและบังคับใช้แก่

         ข้าราชการหรือพนักงานส่วน

         ท้องถิ่นโดยตรง

๒.  อ้างอิงหลักเกณฑ์และเงื่อน

     ไขในการสอบสวน การ

     ลงโทษทางวินัย การให้

     ออกจากราชการ การ

     อุทธรณ์และการร้องทุกข์

     ของ ก.จังหวัดนั้น ๆ

     ห้ามอ้างอิงมาตรฐาน

     ทั่วไปหรือมาตรฐานกลาง

๓. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

    วินัยและการรักษาวินัย

    และการดำเนินการทางวินัย

    (เป็นของ ก.กลาง)

มี ๒ ด้าน คือ สาระบัญญัติ และวิธีสบัญญัติ รวม ๗๒ ข้อ (หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบ

สวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ เป็นของ ก.จังหวัด มีทั้งหมด รวมกัน ๑๗๕ ข้อ)

๓.๑ ข้อกำหนดด้านสาระบัญญัติเป็นทั้ง

       ข้อห้ามและข้อปฏิบัติ มี ๒๑ ข้อ

       เช่น กำหนดให้ข้าราชการต้อง

       ประพฤติตนอย่างไร ห้ามทำอะไร

       ให้ทำอะไร และเมื่อฝ่าฝืนจะผิด

       วินัยฐานใด เป็นต้น

๓.๒  ข้อกำหนดด้านวิธีสบัญญัติ มี ๕๑

       ข้อ เป็นการวางขั้นตอนการ

       ดำเนินการทางวินัย กรณีมีการฝ่า

       ฝืนตั้งแต่ตั้งเรื่องจนถึงสิ้นสุด

       กระบวนการทางวินัย

๓.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๑-๒๑

 

 

๓.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๒-๗๒

๔.  คำว่า วินัย

 

 

 

 

 

๔.๑ ความหมาย

 

 

 

 

 

 

๔.๒ ประเภท

มี ๒ ความหมาย คือ

   (๑)  ระเบียบ กฎเกณฑ์ แบบแผน

         ความประพฤติที่กำหนดให้

         ข้าราชการต้องยึดถือปฏิบัติ

   (๒)  ลักษณะเชิงพฤติกรรมที่แสดง

         ออกมาว่าสามารถควบคุมตน

         เองให้อยู่ในกรอบของวินัยได้

มี ๒ ประเภท คือ

   (๑)  วินัยอย่างไม่ร้ายแรง

          (มีโทษ ๓ ระดับ คือภาคทัณฑ์/

         ตัดเงินเดือน/ลดขั้นเงินเดือน)

   (๒)  วินัยอย่างร้ายแรง (มีโทษ ๒

         ระดับ คือ ปลดออก/ไล่ออก)

๔.๑ คู่มือการดำเนินการทาง

      วินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น

      พ.ศ.๒๕๔๕ หน้า ๒

 

 

 

 

๔.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัย และการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๑

๕. ฐานความผิดทางวินัย

ปัจจุบันมี ๑๘ ฐาน

 

ข้อสังเกต ฐานล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศยังมิได้ประ กาศใช้ แต่หากมีการกระทำผิดเกิด ขึ้น ก็สามารถลง โทษฐานประพฤติชั่ว  ได้

๕.๑ ฐานไม่สนับสนุนการปกครอง

      ระบอบประชาธิปไตย

๕.๒ (๑)  ฐานไม่ซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยง

              ธรรม

      (๒)  ฐานอาศัยหรือยอมให้ผู้อื่น

            อาศัยอำนาจหน้าที่ราชการ

            ของตนหาประโยชน์

      (๓)  ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการ

            ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ   

            ฐานทุจริต(ผิดวินัยอย่าง

             ร้ายแรง)

๕.๓ ฐานไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิด

      ผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ

๕.๔ ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย

      ความอุตสาหะ/ไม่เอาใจใส่/ไม่

      ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของ

      ราชการ/ฐานประมาทเลินเล่อใน

       หน้าที่ราชการ

      หากเสียหายอย่างร้ายแรงเป็น

      ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

๕.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยฯ ข้อ ๒

๕.๒ ข้อ ๓ วรรค ๑

 

      ข้อ ๓ วรรค ๒

 

 

      ข้อ ๓ วรรค ๓

 

 

 

๕.๓ ข้อ ๔

 

๕.๔ ข้อ ๕ วรรค ๑

 

 

 

 

      ข้อ ๕ วรรค ๒

 

 

๕.๕ ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ

      กฎหมาย มติ ค.ร.ม.และนโยบาย

      ของรัฐบาล 

      หากเสียหายอย่างร้ายแรงเป็น

      ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

๕.๖ ฐานไม่สนใจและรับทราบเหตุ

      การณ์เคลื่อนไหวอันอาจเป็นภยัน

      ตรายต่อประเทศชาติ และไม่ป้อง

      กันภยันตรายนั้น

๕.๗ ฐานไม่รักษาความลับของราชการ

      หากเสียหายอย่างร้ายแรงเป็น 

      ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

๕.๘ ฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา

      หากเสียหายอย่างร้ายแรงเป็น

      ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

๕.๙ ฐานกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชา

      เหนือตน

๕.๑๐ ฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา 

       หากเสียหายอย่างร้ายแรงเป็น

       ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

๕.๑๑ ฐานไม่ถือและปฏิบัติตาม    

        ระเบียบและแบบธรรมเนียม

        ของราชการ

๕.๑๒ (๑) ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ

        (๒) หากเสียหายอย่างร้ายแรง

             เป็นความผิดวินัยอย่าง

             ร้ายแรง

        (๓) ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ

             ติดต่อกันเกินกว่า ๑๕ วัน

             โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร/     

             ฐานมีพฤติการณ์จงใจไม่

             ปฏิบัติตามระเบียบ

๕.๑๓ ฐานไม่สุภาพเรียบร้อย/ไม่รักษา

        ความสามัคคี/ไม่ช่วยเหลือกัน

        (ระหว่างพนักงานส่วนท้อง

        ถิ่นหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ)๕.๑๔ ฐานไม่ให้การต้อนรับ/ไม่ให้ความ

        สะดวก/ไม่ให้ความเป็นธรรม/

        ไม่ให้การสงเคราะห์/ดูหมิ่น/

        เหยียดหยาม/กดขี่/ข่มเหง

        (ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ)

        หากดูหมิ่น/เหยียดหยาม/กดขี่/

        ข่มเหงอย่างร้ายแรงเป็นความผิด

        วินัยอย่างร้ายแรง

๕.๑๕ ฐานกระทำการหรือยอมให้ผู้อื่น

        กระทำการหาผลประโยชน์อัน

        อาจทำให้เสียความเที่ยงธรรม

        หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของ

        ตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

๕.๑๖ ฐานเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือ

        ผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

          หรือตำแหน่งที่มีลักษณะคล้ายกัน

๕.๑๗ ฐานวางตนไม่เป็นกลางทางการ

        เมืองในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

๕.๑๘ ฐานประพฤติชั่ว

        ฐานได้รับโทษจำคุก/ฐาน

        ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเป็น

        ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

๕.๕ ข้อ ๖ วรรค ๑

 

 

      ข้อ ๖ วรรค ๒

 

๕.๖ ข้อ ๗

   

 

 

๕.๗ ข้อ ๘ วรรค ๑

      ข้อ ๘ วรรค ๒

 

๕.๘ ข้อ ๙ วรรค ๑

      ข้อ ๙ วรรค ๒

 

๕.๙ ข้อ ๑๐

   

๕.๑๐ ข้อ ๑๑ วรรค ๑

        ข้อ ๑๑ วรรค ๒

 

๕.๑๑ ข้อ ๑๒

 

 

๕.๑๒ ข้อ ๑๓ วรรค ๑

        ข้อ ๑๓ วรรค ๒

 

 

        ข้อ ๑๓ วรรค ๒

 

 

 

 

๕.๑๓ ข้อ ๑๔

 

 

 

 

๕.๑๔ ข้อ ๑๕ วรรค ๑

 

 

 

 

 

        ข้อ ๑๕ วรรค ๒

 

 

๕.๑๕ ข้อ ๑๖

     

 

 

๕.๑๖ ข้อ ๑๗

   

๕.๑๗ ข้อ ๑๘

 

๕.๑๘ ข้อ ๑๙ วรรค ๑

        ข้อ ๑๙ วรรค ๒

 

 

 

หมายเหตุ ยกมาเพียงสังเขปหากสนใจให้ศึกษารายละเอียดในแต่ละข้อเพิ่มเติมดังอ้าง

๖. จะถือว่าเป็นความผิดทางวินัย

    ฐานใดได้ พฤติการณ์ที่กระทำ

    หรือละเว้นกระทำต้องครบ

    องค์ประกอบความผิดในฐาน

    นั้น

   

หากไม่ครบองค์ ประกอบความผิด จะถือว่าเป็นความ ผิดทางวินัยฐานนั้นไม่ได้

 

 

 

 

๖.๑ ตัวอย่าง เช่น ความผิดฐานทุจริต

      ต่อหน้าที่ราชการ ตามวินัยข้อ ๓

      วรรค ๓ มีองค์ประกอบความผิด

      ๔ ประการ  คือ

      (๑)  มีหน้าที่ราชการต้องปฏิบัติ

      (๒) ปฏิบัติหรือละเว้นการหน้าที่

           ราชการนั้นโดยมิชอบ

      (๓) เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้

           ประโยชน์ที่มิควรได้

      (๔) เจตนาทุจริต

๖.๒ หากไม่ครบองค์ประกอบความ

      ผิดฐานทุจริต อาจผิดวินัยฐานอื่น

      เช่น ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

      หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

      ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง

      เป็นเรื่อง ๆ ไป

๖. คู่มือการดำเนินการทาง

    วินัยพนักงานส่วนท้อง

    ถิ่น พ.ศ.๒๕๔๕ หน้า ๖

 

หมายเหตุ  สำหรับความผิดวินัยฐานอื่นก็เช่นกัน ตรวจดูจากคู่มือการดำเนินการทางวินัยพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ ตั้งแต่หน้า ๕-๒๒ หรือหนังสือแนวทางการลง โทษตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราช การพลเรือนฯ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ตั้งแต่หน้า ๑-๙๕

๗. หลักการพิจารณาความผิด

    “ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ”

ต้องมีพยานหลัก ฐานชัดเจนพอสม

ควร ดังนี้

ก. มีหน้าที่ราชการ

ข. ปฏิบัติหรือละ

    เว้นการปฏิบัติ

    หน้าที่นั้นมิชอบ

ค. เพื่อให้ตนเอง

    หรือผู้อื่นได้

    ประโยชน์ที่

    มิควรได้

ง.  มีเจตนาทุจริต

 

โดย

๗.๑ ผู้นั้นมีเถยจิตหรือเจตนาทุจริต

      ต่อหน้าที่ราชการ

๗.๒ โทษที่จะลงควรลงโทษเป็นไล่

      ออกจากราชการ

๗.๓ การนำเงินที่ทุจริตไปแล้วมาคืน

      หรือมีเหตุควรลดหย่อนอื่นใด

      ก็ไม่อาจลดโทษเหลือเป็นปลด

      ออกจากราชการได้

 

      ความหมาย คือ ไล่ออกจาก

      ราชการ สถานเดียว

๗. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

    ที่ นร ๐๗๐๙.๒/ป๖๘๖

    ลง ๑๓ ก.ค.๓๗ ในคู่มือ

    ตอบข้อหารือเกี่ยวกับวินัย

    ข้าราชการพลเรือนฯ

    ตุลาคม ๒๕๔๐ หน้า ๑๐๒

     (ดูข้อ ๘ ประกอบ)

๘. การลงโทษผู้กระทำผิดวินัย

    ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

มีโทษสถานเดียว

คือ ไล่ออกจาก

ราชการเท่านั้น

๘.๑ ลงโทษน้อยกว่าไล่ออกไม่ได้

๘.๒ อ้างเหตุลดหย่อนโทษไม่ได้

๘.๓ ไม่ระบุจำนวนเงินว่า มากหรือ

      น้อยเพียงใด

      (ดูข้อ ๗ ประกอบ)

๘. หนังสือสำนักงานเลขาธิการ

    ครม. ที่ นร ๐๒๐๕/ว ๒๓๔

    ลง ๒๔ ธ.ค.๓๖ ในคู่มือการ

    ดำเนินการทางวินัยพนัก

    งานส่วนท้องถิ่นฯ หน้า

    ๑๘๘   

๙. การปฏิบัติงานล่าช้า

เป็นความผิดทางวินัย

๙.๑ งานคั่งค้าง หรือล่าช้า

๙.๒ เพราะไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

๙.๓ และไม่มีเหตุผลอันสมควร

๙.๔ ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษ

      ตามควรแก่กรณี

๙. หนังสือกรมเลขาธิการ

    ครม.ที่ นว ๒๙๓/๒๔๙๕

    ลง ๒๗ พ.ย.๙๕ ในคู่มือ

    การดำเนินการทางวินัย

    พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

    หน้า ๒๑๔

๑๐. การอุทิศเวลาของตนให้แก่

      ราชการ (ตามข้อ ๑๓ ของ

      มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยฯ)

ความหมาย

๑๐.๑ การอุทิศหรือสละเวลาทั้งหมด

        ปฏิบัติราชการ

๑๐.๒ ตามที่ทางราชการต้องการ

๑๐.๓ รวมถึงเวลานอกเหนือจากเวลา

        ปฏิบัติราชการตามปกติในกรณี

        ราชการมีงานเร่งด่วนจำเป็นด้วย

๑๐. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

      ที่ นร ๐๗๐๙.๒/๕๘๐      

      ลง ๔ ก.ค.๔๐ ในหนังสือ

      ตอบข้อหารือเกี่ยวกับ

      วินัยข้าราชการพลเรือนฯ

      ตุลาคม ๒๕๔๐ หน้า ๒๘๗

๑๑. การวินิจฉัยคำว่า “ละทิ้ง”

      กับ “ทอดทิ้ง” หน้าที่ราชการ

ลักษณะทั่วไป

แตกต่างกัน

๑๑.๑ ละทิ้ง หมายถึง ตัวไม่อยู่ปฏิบัติ

         งานตามหน้าที่ จะลงชื่อหรือไม่ก็

         ตาม (การลงชื่อเป็นเพียงระเบียบ

         และแบบธรรมเนียม ตามวินัยข้อ

         ๑๒)

๑๑.๒ ทอดทิ้ง หมายถึง ไม่เอาเป็น       

        ธุระ ไม่เอาใจใส่ ตัวอยู่แต่ไม่

        ทำงาน  

๑๑. หนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่

      นร ๐๗๐๙.๒/๒๒๙ ลง

      ๑๐ พ.ค.๓๗ ในคู่มือการ

      ดำเนินการทางวินัยพนัก

      งานส่วนท้องถิ่นฯ หน้า ๒๑๗

๑๒. เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เวลา

      ราชการไปประกอบอาชีพ

      ส่วนตัว     

เป็นความผิดทางวินัย

ให้ผู้บังคับบัญชากวดขันมิให้มีการใช้เวลาราชการไปประกอบอาชีพส่วนตัว

๑๒. หนังสือสำนักเลขาธิการ

      ครม.ที่ สร ๐๒๐๓/ว.๓๗

      ลง ๑ มี.ค.๒๑ ในคู่มือการ

      ดำเนินการทางวินัยพนัก

      งานส่วนท้องถิ่นฯ หน้า

      ๒๐๒   

๑๓. ลาศึกษาแล้วไม่เดินทางกลับ

      มารับราชการตามกำหนดที่

      ได้รับอนุมัติ

เมื่อครบกำหนดที่ได้รับอนุมัติต้องกลับมารับราชการ

หากหลีกเลี่ยงหรือไม่มา ถือว่าละทิ้งหน้าที่ราชการ (อาจเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถ้าเกินกว่า ๑๕ วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร)

๑๓. หนังสือสำนักเลขาธิการ

      ครม.ที่ สร ๐๔๐๑/ว๔๐

      ลง ๒๒ พ.ค.๑๐ ในคู่มือ

      การดำเนินการทางวินัย

      พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

      หน้า ๒๐๕

๑๔. จะถือว่าขาดราชการต้อง

      เป็นกรณีไม่มาทำงานตั้งแต่

      ครึ่งวันขึ้นไป

ไม่ถึงครึ่งวันยังไม่ถือว่าเป็นการขาดราชการ

ผู้บังคับบัญชาอาจดำเนินการทางวินัยฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการได้

 

๑๔. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

      ที่ นร ๐๗๐๙.๒/ป๗๓๗      

      ลง ๑๙ ต.ค.๓๘ ในคู่มือ

      ตอบข้อหารือเกี่ยวกับ

      วินัยข้าราชการพลเรือนฯ

      ตุลาคม ๒๕๔๐ หน้า ๑๕๙

๑๕. การลงโทษผู้กระทำผิดวินัย

      ฐานละทิ้งหน้าราชการติดต่อ

      ในคราวเดียวกันเป็นเวลา

      เกินกว่า ๑๕ วัน โดยไม่มี

      เหตุผลอันสมควร (ลูกจ้าง/

      พนักงานจ้างเพียง  ๗ วัน)

       

๑๕.๑ กรณีไม่กลับ

        มาปฏิบัติ

        ราชการอีก   

        เลย

 

 

 

๑๕.๒ กรณีกลับ

        มาปฏิบัติ

        ราชการอีก

      

 

      

 

 

๑๕.๓ ทั้งสองกรณี

        ให้นับวัน   

        หยุดราชการ

        รวมด้วย

๑๕.๑.๑ มีโทษสถานเดียวคือ ไล่ออก

           จากราชการ

๑๕.๑.๒ ลงโทษน้อยกว่าไล่ออกไม่ได้

๑๕.๑.๓ อ้างเหตุลดหย่อนโทษไม่ได้

๑๕.๑.๔ ให้ลงโทษย้อนหลังไปถึงวันที่

           เริ่มขาดราชการ

 

๑๕.๒.๑ สถานโทษเป็นไปตามข้อเท็จ

           จริงที่ปรากฏในทางสอบสวน

๑๕.๒.๒ จะลงโทษย้อนหลังไม่ได้

           (เว้นแต่ถูกสั่งพัก/สั่งให้ออก

           ไว้ก่อน หรือถูกจับกุม คุมขัง

           ฯลฯ ให้สั่งลงโทษย้อนหลัง

           ไปถึงวันถูกสั่งพัก/สั่งให้ออก

           ไว้ก่อน ฯลฯ นั้น)

๑๕.๑ หนังสือสำนักงานเลขาธิ

        การ ครม.ที่ นร ๐๒๐๕

        /ว ๒๓๔ ลง ๒๔ ธ.ค.

        ๓๖ ในคู่มือการดำเนิน

        การทางวินัยพนักงาน

        ส่วนท้องถิ่นฯ หน้า

        ๑๘๘

 

 

๑๕.๒.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

           กับวินัยและการรักษา

           วินัย และการดำเนิน

           การทางวินัย ข้อ ๖๙

           มาตรฐานให้ออกฯ

           ข้อ ๓๐

๑๕.๓ หนังสือสำนักงาน ก.พ.

        ที่ นร ๐๗๐๙.๒/๑๐๐๐

        ลง ๒๙ พ.ย.๓๗ ในคู่มือ

        การดำเนินการทางวินัย

        พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

        หน้า ๒๑๘

๑๖. การจัดเวรรักษาราชการ

      ประจำสถานที่ราชการ

ให้ผู้บังคับบัญชาคอยสอดส่องตรวจตรา

๑๖.๑ ถ้าปรากฏว่า เวรละทิ้งหน้าที่ให้

        ถือเป็นความผิดวินัยอย่าง

        ร้ายแรง

๑๖.๒ หากเกิดอัคคีภัยเป็นทั้งวินัย

        และอาญา

        (ดูข้อ ๑๗ ประกอบ)

๑๖. หนังสือกรมเลขาธิการ

      ครม.ด่วนมาก ที่ น.ว.

      ๑๐๑/ว๒๔๙๕ ลง ๑๘

      เม.ย.๙๕ ในคู่มือการ

      ดำเนินการทางวินัยพนัก

      งานส่วนท้องถิ่นฯ หน้า

      ๓๒๓

๑๗. การลงโทษผู้ละทิ้งหน้าที่เวร

      รักษาสถานที่ราชการ

ถือเป็นความผิดทางวินัย

๑๗.๑ ให้นายก อปท.ดำเนินการทาง

        วินัย

๑๗.๒ นายก อปท.พิจารณาโทษให้

        เหมาะสมกับความผิด

       (ดูข้อ ๑๖ ประกอบ)

       

๑๗. หนังสือสำนักเลขาธิการ

      ครม. ที่ นร ๐๒๐๑/ว

      ๑๐๓ ลง ๕ มิ.ย.๒๘  ใน

      คู่มือการดำเนินการทาง

      วินัยพนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

      หน้า ๑๘๘

 

๑๘. การอยู่เวรรักษาสถานที่ราช

      การของสตรี

ให้จัดสตรีปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในเวลากลางวัน

๑๘.๑ เป็นไปตามหนังสือสำนักเลขาธิ

        การ ครม. ที่ สร ๐๒๐๕/๐๕๘

        ลง ๑๙ เม.ย.๓๖

๑๘.๒ เว้นแต่ผู้มีหน้าที่โดยเฉพาะที่จะ

        ต้องปฏิบัติในเวลากลางคืนเท่านั้น

๑๘. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

      ที่ นร ๐๗๐๙.๒/๕๘๐     

      ลง ๔ ก.ค.๔๐ ในหนังสือ

      ตอบข้อหารือเกี่ยวกับวินัย

      ข้าราชการพลเรือนฯ

      ตุลาคม ๒๕๔๐ หน้า ๒๘๗

๑๙. ไม่มาปฏิบัติหน้าที่เวรรักษา

      การณ์ในวันหยุดราชการ

ซึ่งเป็นหน้าที่ที่

ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

๑๙.๑ โดยไม่มีเหตุอันสมควร

๑๙.๒ ถือว่าผิดวินัยฐาน

        (๑) ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาและ

        (๒) ละทิ้งหน้าที่ราชการ

๑๙. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่

      นร ๐๗๐๙.๒/ป๓๗๐ ลง

      ๒๑ มิ.ย.๓๘ ในหนังสือ

      ตอบข้อหารือเกี่ยวกับวินัย

      ข้าราชการพลเรือนฯ

      ตุลาคม ๒๕๔๐หน้า ๑๔๒

๒๐. การลงโทษกรณีปลอมลาย

      มือชื่อเพื่อนข้าราชการหา

      ประโยชน์

ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ให้ลงสถานโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ

๒๐. หนังสือสำนักเลขาธิการ

      ครม.ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๒๒

      ลง ๒๒ ก.พ. ๓๒ ในคู่มือ

      การดำเนินการทางวินัย

      พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

      หน้า ๑๙๐

๒๑. การลงโทษกรณีข้าราชการ

      ทุจริตในการสอบ

กระทำผิดในขณะเป็นข้าราชการ

๒๑.๑ กำชับผู้บังคับบัญชา

๒๒.๒ ให้ลงโทษทางวินัยสถานหนัก

๒๑. หนังสือสำนักเลขาธิการ

      ครม.ที่ สร ๐๔๐๑/ว.๕๐

      ลง ๑๒ เม.ย.๑๑ ใน

      คู่มือการดำเนินการทาง

      วินัยพนักงานส่วนท้อง

      ถิ่นฯ หน้า ๒๐๗

๒๒. การลงโทษกรณีข้าราชการ

      ใช้เวลาราชการไปหาความ

      สำราญส่วนตัว

เป็นเหตุให้งานในหน้าที่คั่งค้าง

๒๒.๑ นับว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่าง

        ร้ายแรง

๒๒.๒ ควรให้พิจารณาลงโทษสถาน

        หนัก คือปลดออกหรือไล่ออก

        จากราชการ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยง

        อย่าง

๒๒. หนังสือกรมสารบัญ

      ครม.ที่ นว.๒๖๔/๒๔๙๘

      ลง ๑๕ ธ.ค.๙๘ ในคู่มือ 

      การดำเนินการทางวินัย

      พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ 

      หน้า ๒๑๐

๒๓. ข้าราชการเล่นการพนัน

      สลากกินรวบ (หวย)

ทั้งในฐานะเป็นเจ้า มือ, ผู้เดินขาย หรือผู้เล่น

๒๓.๑ ให้มีการดำเนินคดีอาญาอย่าง

        จริงจังมิให้เห็นแก่หน้าผู้ใด

๒๓.๒ ให้พิจารณาลงโทษทางปกครอง

        อย่างน้อยให้ออกจากราชการ

        (โทษทางปกครองกรณีนี้คือโทษ

        ทางวินัย)

๒๓. หนังสือกรมสารบัญ

      ครม.ที่ นว ๒๘๐/๒๔๙๘

      ลง ๒๙ ธ.ค.๙๘ ใน

      คู่มือการดำเนินการทาง

      วินัยพนักงานส่วนท้อง

      ถิ่นฯ หน้า ๒๑๑

๒๔. ข้าราชการเล่นการพนันและ

      เสพสุรา

๒๔.๑ เล่นการพนัน

       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๒๔.๒ เสพสุรา

๒๔.๑.๑  การพนันประเภทที่กฎหมาย

            ห้ามขาด ควรวางโทษปลดถึง

            ไล่ออกจากราชการ

๒๔.๑.๒  การพนันประเภทที่กฎหมาย

            ให้เล่นได้ เมื่อได้รับอนุญาต

            จากทางการ ดังนี้

    (ก) เล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

            ถ้าผู้เล่นมีหน้าที่

            ปราบปรามโดยตรง

            ครู เจ้าหน้าที่เกี่ยว

            กับการวัฒนธรรม

            หรือที่มีข้อห้ามวาง

            ไว้เป็นพิเศษ

           ให้พิจารณาโทษทางวินัย

           อย่างร้ายแรงตามข้อ

          ๒๔.๑.๑ ถ้าเป็นข้าราช

          การอื่น ให้พิจารณาลง

          โทษตามควรแก่กรณี

    (ข) เล่นโดยได้รับอนุญาต ถ้า

                 เป็นบุคคลตาม (ก) อาจ

                 พิจารณาโทษตามข้อ

                 ๒๔.๑.๑ ได้ ถ้าเป็น

                 ข้าราชการอื่นจะเป็น

                   ความผิดต่อเมื่อปรากฏ

         ว่าผู้นั้นหมกมุ่นต่อการ

         พนันเป็นเหตุให้เสื่อมเสีย

         แก่ราชการ และให้

         พิจารณาลงโทษตามควร

         แก่กรณี

๒๔.๒.๑ เสพสุรามึนเมาจนไม่สามารถ

           ครองสติได้ ซึ่งอาจทำให้เสีย

           เกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่

           ราชการ ให้ลงโทษตามควรแก่

           กรณี

๒๔.๒.๒ เสพสุราหรือเมาสุราในกรณี

           ต่อไปนี้ อาจถูกลงโทษสถาน

           หนักถึงปลดออกหรือไล่ออก

           จากราชการ เช่น

          (๑) เสพสุราในขณะปฏิบัติ

               หน้าที่ราชการ

          (๒) เมาสุราเสียราชการ

          (๓) เมาสุราในที่ชุมชนจนเกิด

               เรื่องเสียหายหรือเสีย

               เกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง

               หน้าที่ราชการ

๒๔. หนังสือกรมสารบัญ ครม.

      ที่ นว ๒๘๐/๒๔๙๘ ลง ๒๙

      ธ.ค.๙๘ ในคู่มือการ

      ดำเนินการทางวินัย

       พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

      หน้า ๒๑๓

หมายเหตุ  ๑. ประเภทที่กฎหมายห้ามขาด (บัญชี ก.)เช่น หวย ก.ข., ถั่ว, แปดเก้า,

จับยี่กี่, ต่อแต้ม, ไพ่สามใบ, การเล่นซึ่งมีการทรมานสัตว์, ป๊อก, บิลเลียดรู, น้ำเต้า, ไฮโลว์,

อีก้อย, ปั่นแปะ, บาการา และสล๊อทแมชีน เป็นต้น

 

 

 

 

              ๒. ประเภทที่กฎ หมายให้เล่นได้ เมื่อได้รับอนุญาต (บัญชี ข.) เช่น  การ

ละเล่นที่มีสัตว์ต่อสู้ (ชนโค,

ชนไก่, กัดปลา, แข่งม้า) วิ่งวัวคน, ชกมวย, มวยปล้ำ, แข่งเรือ, โยนสตางค์หรือวัตถุลงในภาชนะ,

ตกเบ็ด, จับสลาก  เป็นต้น

 

ที่มา  พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘          

 

๒๕. การเบิกเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่า

      พาหนะเดินทางและเงินอื่น

      ในทำนองเดียวกันเป็นเท็จ

เป็นความผิดทางวินัย

๒๕.๑ ให้พิจารณารายละเอียดพฤติ

        การณ์เป็นราย ๆ ไป

๒๕.๒ ถ้าเจตนาทุจริตฉ้อโกงแน่ชัด ผิด

        ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

๒๕.๓ ต้องลงโทษทางวินัยอย่างร้าย

        แรง (ปลด/ไล่)

ข้อสังเกต  เป็นกรณีไม่มีหน้าที่ในการ

              เบิกจ่าย หากมีหน้าที่จะ    

              เป็นความผิดฐานทุจริตต่อ

              หน้าที่ราชการ

๒๕. หนังสือสำนักงาน ก.พ. 

       ที่ นร ๐๗๐๙.๒/ว ๘

       ลง ๒๖ ก.ค.๓๖ ในคู่มือ

       การดำเนินการทางวินัย

       พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

       หน้า ๒๓๐

๒. การดำเนินการทางวินัย

หัวข้อ/ประเด็น

ขอบเขต/เนื้อหา

สรุปขั้นตอนการปฏิบัติ/อธิบาย

กฎหมาย/มาตรฐาน และหนังสือสั่งการฯ ที่เกี่ยวข้อง

๒๖. อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับวินัย

 

๒๖.๑ อำนาจใน

        การดำเนิน

        การทางวินัย

 

 

 

 

 

 

๒๖.๒ อำนาจใน

        การพิจารณา

        รายงานการ

        ดำเนินการ

        ทางวินัย

๒๖.๓ ขอบเขต

 

 

 

 

 

 

 

 

๒๖.๑.๑ เป็นอำนาจของนายก อปท.

๒๖.๑.๒ ต้องเป็นนายก อปท.ซึ่งเป็น

           ผู้บังคับบัญชา ณ วันที่ออก

           คำสั่ง (แต่งตั้งกรรมการ/

           ลงโทษ)

๒๖.๑.๓ ผู้บังคับบัญชาอื่นอาจมีอำนาจ

           ได้ หากนายก อปท.มอบ

           อำนาจ

 

๒๖.๒.๑ กรณีของ ก.จังหวัด ต้องเป็น

           ก.จังหวัดเจ้าสังกัด ณ วันที่

           พิจารณาและมีมติ

 

 

๒๖.๓.๑ การดำเนินการทางวินัย  ไม่

           มีอายุความ (นายก อปท.

           สามารถดำเนินการได้ตลอด 

           เวลาที่ยังรับราชการอยู่)

๒๖.๓.๒ ผู้ถูกดำเนินการทางวินัย ต้อง

           มีสถานภาพเป็นข้าราชการ

           (เว้นแต่ออกจากราชการไป

           แล้ว แต่ถูกกล่าวหาว่ากระ

           ทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

           เป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา

           หรือผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบ

           สวนตามกฎหมายก่อนออก

           จากราชการ)

           (ดูข้อ ๘๕ และ ๔๗ หลัง

           ประกอบ)       

๒๖.๑.๑ พ.ร.บ.ระเบียบ

           บริหารงานบุคคล

           ส่วนท้องถิ่น พ.ศ.

           ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕

           วรรค ๑๑๔.๑.๓

๒๖.๑.๑ มาตรา ๑๕ วรรค ๒

           ประกอบหลักเกณฑ์

           และเงื่อนไขของ ก.

           จังหวัด ข้อ ๖๙

๒๖.๒.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

           กับวินัยและการ

           รักษาวินัย และการ

           ดำเนินการทางวินัย

           ข้อ ๖๘ วรรค ๒

 

 

 

 

๒๖.๓.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

           กับวินัยและการ

           รักษาวินัย และการ

           ดำเนินการทางวินัย

           ข้อ ๒๔

๒๗. เมื่อข้าราชการถูกร้องเรียน

      กล่าวโทษว่ากระทำผิดวินัย

๒๗.๑ ขั้นตอน

        ดำเนินการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๒๗.๒ การร้องเรียน

        ที่มีลักษณะ

        เป็นบัตร

        สนเท่ห์

(๑)  เมื่อได้รับเรื่องราวกล่าวโทษ ให้

      ผู้บังคับบัญชาถือเป็นความลับ

      ของทางราชการ

(๒)  ให้ผู้บังคับบัญชาสืบสวนทางลับ

      ว่ามีมูลหรือไม่ ถ้าไม่มีมูลให้สั่ง

      ยุติเรื่อง และให้ดำเนินการโดยเร็ว(๓)

      ถ้ามีมูล ให้ดำเนินการทางอาญา

      และวินัย

(๔)  ให้คุ้มครองพยาน อย่าให้ต้อง

      รับภัย

(๕) กรณีมีเหตุละเมิด ก็ให้ดำเนินการ

     ทางละเมิดด้วย

ให้พิจารณาเฉพาะรายที่

(๑) ระบุหลักฐาน

(๒) มีกรณีแวดล้อมที่ปรากฏชัดแจ้ง

(๓) หรือที่มีการชี้พยานบุคคลที่

      แน่นอน เท่านั้น

๒๗.๑ หนังสือกระทรวงมหาด

        ไทย ด่วนมาก ที่ มท

        ๐๒๐๘.๓/ว ๒๐๗ ลง

        ๒๕ ม.ค.๔๒ ในคู่มือ

        การดำเนินการทางวินัย

        พนักงานส่วนท้องถิ่นฯ

        หน้า ๒๕๐

 

 

 

 

 

๒๗.๒ หนังสือสำนักเลขาธิการ

        ครม.ที่ นร ๐๒๐๖/ว

        ๒๑๘ ลง ๒๕ ธ.ค.๔๑

        ในหนังสือรวมมติ

        ครม. มติ ก.พ.และ

        ระเบียบที่เกี่ยวกับ

        วินัยฯ กรกฎาคม

        ๒๕๕๒ หน้า  ๒๑๕

๒๘. การสอบข้อเท็จจริง  เมื่อ

      อบต.,เทศบาล, อบจ. หรือ

      เมืองพัทยา ถูกร้องเรียน

ให้จังหวัดเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จ จริง

ให้ตั้งกรรมการตรวจสอบจากข้าราช การส่วนอื่นที่มิใช่พนักงานส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องนั้น

๒๘.๑ กรณี อบต.หรือเทศบาลตำบล

        จังหวัดอาจมอบให้อำเภอ

        ดำเนินการ

 

๒๘.๒ กรณีที่เป็นเทศบาลเมือง,

        เทศบาลนคร, อบจ. หรือเมือง

        พัทยา  จังหวัดต้องดำเนินการ

        สอบข้อเท็จจริงเอง

 

 

 

๒๘.๑ หนังสือกรมส่งเสริมการ

        ปกครองท้องถิ่น ด่วน

        ที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว

        ๑๕๔๘ ลง ๙ ส.ค.๔๘

๒๘.๒ พ.ร.บ.จัดตั้ง เช่น อบจ.

        ม. ๗๗ เทศบาล ม.๗๑

        และ อบต.  ม.๙๐

๒๙. มีการร้องเรียนกล่าวหาว่า

      พนักงานส่วนท้องถิ่นผู้ใด

      กระทำผิดวินัย โดยมีพยาน  

      หลักฐานในเบื้องต้นอยู่แล้ว

ให้นายก อปท.ดำเนินการทางวินัยทันที (คำว่า ทันที คือ

ในขณะนั้นเอง)

๒๙.๑ กล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่าง

        ไม่ร้ายแรง ให้สอบสวนตามวิธี

        ที่นายก อปท.เห็นสมควร เช่น

        ให้นายก อปท.

        (๑)  สอบสวนเอง

        (๒)  มอบหมายให้ผู้อื่นสอบ

              สวนแทน

        (๓)  แต่งตั้งกรรมการสอบข้อ

              เท็จจริง (เพื่อลงโทษทาง

              วินัยอย่างไม่ร้ายแรง)

        (๔)  แต่งตั้งกรรมการสอบสวน

              ทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง

๒๙.๒ กล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่าง

        ร้ายแรง ให้นายก อปท.แต่งตั้ง

        กรรมการขึ้นทำการสอบสวน

        (ดูข้อ ๔๗.๒ ประกอบ)

๒๙. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๐ วรรค ๔

      และข้อ ๒๒ วรรค ๓ และ

      หนังสือสำนักงาน ก.

      อบต., ก.ท. และ ก.จ.

      ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว

      ๑๙๕ ลง ๘ ก.ย.๔๘ และ

      หนังสือสำนักงาน ก.จ.,

      ก.ท. และ ก.อบต.ที่

      มท ๐๘๐๙.๑/ว ๑๔๓

      ลง ๖ ก.พ.๔๖

๓๐. มีการร้องเรียนกล่าวหา 

      (๑) ปรากฏตัวผู้กล่าวหา

      (๒) สงสัยว่ากระทำผิดวินัย

      โดยยังไม่มีพยานหลักฐาน

      ในเบื้องต้น

ให้นายก อปท.รีบสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่า

มีมูล หรือไม่

     

๓๐.๑ ถ้าเห็นว่าไม่มีมูล ให้ยุติเรื่อง

๓๐.๒ ถ้าเห็นว่ามีมูล ก็ให้ดำเนินการ

        ทางวินัยทันที (คำว่า ทันที

        คือ ในขณะนั้นเอง)

๓๐. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๐ วรรค ๕

 

๓๑. การชี้มูลความผิดทางวินัย

เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทาง

วินัย ที่นายก อปท.

ไม่ต้องสอบข้อเท็จ จริงใหม่อีก

(เว้นแต่การชี้มูลซึ่งไม่ปรากฏชื่อผู้ถูกชี้มูล อาจตรวจสอบชื่อจากเอกสารได้)

๓๑.๑ ชี้มูลว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่

        ร้ายแรง ให้ดำเนินการตามข้อ

        ๒๙.๑

 

 

 ๓๑.๒ ชี้มูลว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้าย

         แรง ให้นายก อปท.แต่งตั้งคณะ

         กรรมการขึ้นทำการสอบสวน

         (แบบ สว.๑)      

๓๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

       และการดำเนินการทาง

       วินัย ข้อ ๒๐ วรรค ๔

       และข้อ ๒๒ วรรค ๓  

๓๒. ลักษณะการชี้มูลความผิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓๒.๑ ชี้มูลความ

        ผิดโดยหน่วย

         งานของรัฐ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓๒.๒ ชี้มูลโดย

        เอกชน

        (มีพยาน

        หลักฐาน

        ในเบื้องต้น

        อยู่แล้ว)

 

 

๓๒.๑.๑ ป.ป.ช.ชี้มูล ตามมาตรา ๙๒

           พ.ร.บ. ป.ป.ช.ให้นายก อปท. 

           ใช้เป็นสำนวนการสอบสวน

           ทางวินัยพิจารณาลงโทษผู้ถูก

           กล่าวหาได้เลยภายใน ๓๐ วัน

           นับแต่วันรับเรื่อง (ส่งให้ ก.

           จังหวัดเห็นชอบก่อน) และส่ง

           คำสั่งลงโทษไปยัง ป.ป.ช.ภาย

           ใน ๑๕ วัน นับแต่วันออกคำ

           สั่งลงโทษ

๓๒.๑.๒ สตง.ชี้มูลตามมาตรา ๔๖ แห่ง

           พ.ร.บ.สตง. และให้รายงาน

           ภายใน ๙๐ วัน เป็นการชี้มูล

           ฐานทุจริต (เป็นวินัยอย่าง

           ร้ายแรง) นายก อปท.ต้องแต่ง

           ตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการ

           สอบสวน (ตามแบบ สว.๑)

๓๒.๑.๓ สตง.ชี้มูลตามมาตรา ๔๔ แห่ง

           พ.ร.บ.สตง. และให้รายงาน

           ภายใน ๖๐ วัน เป็นการชี้มูล

           ฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

           นายก อปท.ต้องแต่งตั้ง

           กรรมการสอบสวนทางวินัย

           (ร้ายแรงหรือไม่อยู่ที่การชี้มูล

           และส่วนใหญ่มักเป็นวินัยไม่

           ร้ายแรง)

๓๒.๑.๔ กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด

             อำเภอชี้มูลตามกฎหมายนั้น ๆ 

             นายก อปท.ต้องตรวจสอบว่า

            ให้ดำเนินการทางวินัยอย่าง

            ร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง ซึ่ง

            ต้องดำเนินการตามนั้น

๓๒.๒.๑  ให้ดำเนินการ ตามข้อ ๒๙.๑

            หรือข้อ ๒๙.๒ แล้วแต่กรณี

 

๓๒.๑.๑ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา

           ๙๒ และ ๙๓

 

หมายเหตุ  ในขณะ ก.จังหวัดพิจารณาให้รายงาน ป.ป.ช.ทราบ เพราะอาจเกินกำหนด เวลา ๓๐ วัน

 

 

 

๓๒.๑.๒ พ.ร.บ. สตง.มาตรา

           ๔๖

 

 

 

 

 

๓๒.๑.๓ พ.ร.บ. สตง.มาตรา

           ๔๔

 

 

 

 

 

 

 

๓๒.๑.๔ พ.ร.บ. จัดตั้งแต่ละ

ฉบับ เช่น พ.ร.บ.

           อบจ.มาตรา ๗๗ 

           เทศบาล มาตรา ๗๑

           อบต.มาตรา ๙๐

           เป็นต้น

๓๒.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัยข้อ ๒๐ วรรค ๔

        และข้อ ๒๒ วรรค ๓

        และ

        หนังสือสำนักงาน ก.

        อบต.,ก.ท. และ ก.จ. ที่

        มท ๐๘๐๙.๒/ว ๑๙๕

        ลง ๘ ก.ย.๔๘  และ

        หนังสือสำนักงาน ก.จ.,

        ก.ท. และ ก.อบต.ที่ มท

        ๐๘๐๙.๑/ว ๑๔๓ ลง ๖

        ก.พ.๔๖

๓๓. ลักษณะการส่งเรื่อง

๓๓.๑ ส่งเรื่องโดย

        หน่วยงาน

        ของรัฐ

 

 

 

๓๓.๒ ส่งเรื่องโดย

        เอกชน

๓๓.๑.๑ ป.ป.ช.ส่งเรื่อง ให้ดำเนินการ

           ตามข้อ ๓๐

๓๓.๑.๒ สตง. กระทรวง ทบวง กรม

           จังหวัด อำเภอ ส่งเรื่อง ให้

           ดำเนินการ ตามข้อ ๓๐

 

๓๓.๒.๑ ให้ดำเนินการ ตามข้อ ๓๐

 

๓๓.๑.๑ ประกาศ คปค.ฉบับ

           ที่ ๓๑ ข้อ ๖

๓๓.๑.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

           กับวินัยและการรักษา

           วินัยและการดำเนิน

           การทางวินัย ข้อ ๒๐

           วรรค ๕

       

๓๔. คำว่า

      กระบวนการทางวินัย

๓๔.๑ ความหมาย

 

 

๓๔.๒ ประเภท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓๔.๓ ขั้นตอน

๓๔.๑.๑ เริ่มตั้งแต่มีการตั้งเรื่องกล่าว

           หาจนรายงานเสร็จสิ้น และ

           ไม่ต้องทำสิ่งใดอีก

๓๔.๒.๑ แยกเป็น

           (๑) การตั้งเรื่องกล่าวหา

           (๒) การสืบสวนหรือ

                สอบสวน

           (๓) การพิจารณาความผิดและ

                  โทษ

           (๔) การสั่งลงโทษหรืองดโทษ

           (๕) การดำเนินการต่าง ๆ

                   ระหว่างการสอบสวน

                พิจารณา เช่น การสั่งพัก

                ราชการและการสั่งให้ออก

                จากราชการไว้ก่อน

          (๖)  การรายงานการดำเนิน       

                การทางวินัย

หมายเหตุ (๑) (๖) ขั้นตอนของนายก

           อปท.)

          (๗) การพิจารณารายงานการ

               ดำเนินการทางวินัยของ

               ก.จังหวัด

          (๘) การรายงานสรุปประวัติ

               และข้อเท็จจริง (แบบ สป.

               ๑) ไปยัง ก.กลาง

แบ่งเป็น ๓ ขั้นตอน (ดู ๓๔.๒ ข้างต้น)

       (๑) ขั้นตอนของนายก อปท.

       (๒) ขั้นตอนของ ก.จังหวัด

       (๓) ขั้นตอนของ ก.กลาง

๓๔.๑.๑ คู่มือการดำเนินการ  

           ทางวินัยพนักงาน

           ส่วนท้องถิ่น พ.ศ.

           ๒๕๔๕ หน้า ๒๕

๓๔.๒.๑ หน้า ๒๙

๓๔.๒.๒ หน้า ๒๕ และ ๓๑

๓๔.๒.๓ หน้า ๙๗

๓๔.๒.๔ หน้า ๑๐๑

๓๔.๒.๕ หน้า ๘๕ และ ๙๑

๓๕.  คำว่า

       การดำเนินการทางวินัย

๓๕.๑ ความหมาย

 

 

 

๓๕.๒ ประเภท

๓๕.๑.๑ การดำเนินการทั้งหลายที่กระ

           ทำเป็นวิธีการตามกฎหมาย

           เมื่อมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระ

           ทำผิดวินัย

๓๕.๒.๑ การตั้งเรื่องกล่าวหา

๓๕.๒.๒ การสืบสวนหรือสอบสวน

๓๕.๒.๓ การพิจารณาความผิดและโทษ

๓๕.๒.๔ การสั่งลงโทษหรืองดโทษ

๓๕.๒.๕ การดำเนินการต่าง ๆ ระหว่าง

           การสอบสวนพิจารณา เช่น

           การสั่งพักราชการและการสั่ง

           ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

๓๕.๑.๑ คู่มือการดำเนินการ  

           ทางวินัยพนักงาน

           ส่วนท้องถิ่น พ.ศ.

           ๒๕๔๕ หน้า ๒๕

๓๕.๒.๑ หน้า ๒๙

๓๕.๒.๒ หน้า ๒๕ และ ๓๑

๓๕.๒.๓ หน้า ๙๗

๓๕.๒.๔ หน้า ๑๐๑

๓๕.๒.๕ หน้า ๘๕ และ ๙๑

๓๖.  ปรัชญาของ

       การดำเนินการทางวินัย

มี ๓ ประการ

๓๖.๑ หลักความยุติธรรม (Justice)

๓๖.๒ หลักความเป็นธรรม (Fairness)

๓๖.๓ หลักความรวดเร็ว (Promtness)

 

หมายเหตุ  Justice  delayed  is  justice denied  =  ความยุติธรรม

ที่ล่าช้า คือ ความอยุติธรรม

๓๖. แนวคำบรรยาย

๓๗.  คุณสมบัติของ

       ผู้ดำเนินการทางวินัย

มี ๓ ประการ

๓๗.๑ มีความรอบรู้

๓๗.๒ มีคุณธรรม

๓๗.๓ มีความกล้าหาญ

๓๗. แนวคำบรรยาย

๓๘.  สิทธิของ

       ผู้ดำเนินการทางวินัย

มี ๓ ประการ  

 

๓๘.๑ สิทธิรายงานข้อเท็จจริง

๓๘.๒ สิทธิใช้ดุลพินิจวินิจฉัยข้อเท็จจริง

๓๘.๓ สิทธิใช้ดุลพินิจเสนอแนะการ

        ลงโทษ

๓๘. แนวคำบรรยาย

๓๙.  บทบาทของ

       ผู้ดำเนินการทางวินัย

มี ๓ ประการ  

-บทบาทอย่างแข็ง

 

 

 

 

-บทบาทอย่างกลาง

-บทบาทอย่างอ่อน

 

(๑) ผู้ทำตามกฎหมาย

(๒) ผู้ปราบปราม

(๓) ผู้รักษาประโยชน์ของทางราชการ

(๔) ผู้รักษาอาญาสิทธิ์

(๕) ผู้แสวงประโยชน์

ผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

(๑) ผู้ทำตามนโยบาย

(๒) ผู้ประนีประนอม

(๓) ผู้รักษาประโยชน์ของทางราชการ

(๔) ผู้รักษาตัวรอด

(๕) ผู้แสวงบุญ

หมายเหตุ ให้ถือบทบาทอย่างกลาง

๓๙. แนวคำบรรยาย

๔๐. วัตถุประสงค์การสอบสวน

มี ๔ ประการ

เพื่อ

(๑) ให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้แก้ตัว

(๒) รวบรวมพยานหลักฐาน

(๓) พิสูจน์ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์   

     ต่าง ๆ

(๔) ค้นหาความจริงและความยุติธรรม

๔๐. แนวคำบรรยาย

๔๑.  คำว่า

       การตั้งเรื่องกล่าวหา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๑.๑  เป็นเรื่องที่

         กล่าวหาจริง ๆ

         นั่นคือพฤติ

         กรรมที่กระทำ

๔๑.๒  มิใช่ ฐาน

          ความผิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๑.๓  เป็นจุดเริ่ม

          ต้นของการ

          ดำเนินการ

          ทางวินัย

 

๔๑.๑.๑ เรื่องที่กล่าวหา เช่น ทำอะไร

           ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร

 

 

๔๑.๒.๑ เรื่องที่กล่าวหา กับ ฐาน

           ความผิด แตกต่างกัน คือ 

           “เรื่องที่กล่าวหา เป็นสิ่งแรก

           ที่ต้องกล่าวถึงเมื่อจะดำเนิน

           การทางวินัย ซึ่งจะปรากฏอยู่

           ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ

           สอบสวน (กรณีวินัยร้ายแรง

           คือ สว.๑) ส่วน ฐานความ

           ผิด จะปรากฏได้ ก็ต่อเมื่อ

           ได้รวบรวมพยานหลักฐานไป

           ระยะหนึ่งแล้ว (กรณีวินัย

           ร้ายแรง คือ ตั้งแต่ สว.๓ เป็น

           ต้นไป)

๔๑.๓.๑ เมื่อตั้งเรื่องกล่าวหาแล้ว ผล

           จะออกมาอย่างไรก็ตาม ต้อง

           รายงานไปยัง ก.จังหวัดทุก

           เรื่อง

๔๑.๑.๑ คู่มือการดำเนินการ  

           ทางวินัยพนักงาน

           ส่วนท้องถิ่น พ.ศ.

           ๒๕๔๕ หน้า ๒๙

๔๑.๒.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

           กับวินัยและการ

           รักษาวินัย และการ

           ดำเนินการทางวินัย

           ข้อ ๓๒ (แบบคำสั่ง

           แต่งตั้งกรรมการ

           สอบสวน/สว.๑)

ข้อ ๔๓ แบบ สว.๓

 

 

 

 

 

๔๑.๓.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

           กับวินัยและการ

           รักษาวินัย และการ

           ดำเนินการทางวินัย

           ข้อ ๗๐ วรรค ๑

๔๒. วิธีการตั้งเรื่องกล่าวหา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบ่งเป็น ๒ วิธี

๔๒.๑ กรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย

        อย่างไม่ร้ายแรง

        (๑)  จัดทำเป็นบันทึกข้อความว่า

              ใครถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด

              อะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อใด

              เป็นต้น หรือ

        (๒) จัดทำเป็นรูปแบบคำสั่ง เช่น

              คำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบ

              ข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษวินัย

              ไม้ร้ายแรง หรือคำสั่งแต่งตั้ง

              กรรมการสอบสวนสวนวินัย

              อย่างไม่ร้ายแรง เป็นต้น

              (ดูข้อ ๒๙.๑ ประกอบ)

๔๒.๒ กรณีกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย

        อย่างร้ายแรง  ต้องออกคำสั่ง

        แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

        (แบบ สว.๑)

        (ดูข้อ ๔๗ ประกอบ)

๔๒.๑ แนวคำบรรยาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๒.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๓๒

๔๓. การสอบสวนทางวินัย

หากจะนำผลการสอบสวนไปใช้ลง โทษทางวินัย ต้องมี ๓ องค์ประกอบ

ดังนี้

๔๓.๑ ต้องแจ้งข้อกล่าวหา

๔๓.๒ ต้องสรุปพยานหลักฐานที่สนับ

        สนุนข้อกล่าวหา

๔๓.๓ ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง

       หรือนำสืบแก้ข้อกล่าวหา

๔๓. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๒ วรรค ๑

 

๔๔. วัตถุประสงค์คำว่า

      การสอบสวนพิจารณา

เพื่อให้ได้ความจริงและความยุติธรรม

การสอบสวนพิจารณาต่อไปนี้ ใช้หลัก เกณฑ์การสอบสวนเดียวกัน คือ

      (๑)  ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด

            วินัยอย่างร้ายแรง

      (๒)  ถูกกล่าวหาหรือสงสัยว่า

            หย่อนความสามารถในอัน

            ที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ

      (๓)  บกพร่องในหน้าที่ราชการ

      (๔)  ประพฤติตนไม่เหมาะสม

            กับตำแหน่งหน้าที่ราชการ    

        

๔๔. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๐

๔๕.  การยืมตัวกรรมการสอบสวน

       จากสังกัดอื่น

๔๕.๑ เป็นกรณี

        จำเป็นหรือ

        เพื่อความ

        ยุติธรรม

 

๔๕.๒ ต้องได้รับ

        ความยิน

        ยอมจากต้น

        สังกัดของ 

        ผู้นั้นก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๕.๒.๑ ประสานภายในกับเจ้าตัวผู้ที่

           ต้องการขอตัว

๔๕.๒.๒ หากเจ้าตัวไม่ขัดข้อง ให้

           ประสานภายในกับผู้บังคับ

           บัญชาของผู้นั้นด้วย 

๔๕.๒.๓ หากไม่ขัดข้อง ให้ส่งหนังสือ

           ขอตัวอย่างเป็นทางการ

๔๕.๒.๔ เมื่อได้รับหนังสือตอบยินยอม

           จึงออกคำสั่งแต่งตั้ง

           เป็นกรรมการสอบสวนได้

๔๕.๒.๕ อย่าออกคำสั่งก่อนวันได้รับหนัง

              สือยินยอมเป็นอันขาด (เพราะ

              อาจมีปัญหาการตีความว่าเป็น

              คำสั่งที่มิชอบในภายหลัง)

๔๕.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

        กับวินัยและการรักษา

        วินัย และการดำเนิน

        การทางวินัย ข้อ ๓๑

        วรรค ๑

๔๕.๒ หนังสือสำนักงาน ก.

        อบต., ก.ท. และ 

        ก.จ. ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ 

        ว ๒๐๕ ลง ๒๐ ก.ย.๔๘

หมายเหตุ  ๑. ต้นสังกัด หมายถึง นอภ.หรือ ผวจ.หรือนายก อปท.ที่กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่จะขอตัว

               ๒. ระหว่างปฏิบัติราชการในฐานะกรรมการสอบสวน ให้ถือเสมือนหนึ่งว่า

กรรมการนั้นสังกัด อปท.เจ้า ของคำสั่งจนเสร็จการ (น.ว.๑๗๘/๒๔๙๒ ลง ๑๐ ต.ค.๙๒)

(ดูข้อ ๑๔๐ ประกอบ)

๔๖.  นายก อปท.เป็น คู่กรณี

       กับผู้ถูกสอบสวน หรือ ถูก

      กล่าวหาว่ากระทำผิดร่วม

      กับพนักงานส่วนท้องถิ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๖.๑ เป็นคู่กรณี

        (๑)อาจฟ้อง 

            ร้องหรือ

            ร้องเรียน

            กันเป็นที่

            ประจักษ์

       (๒)รวมถึงมี

           พฤติกรรม

           หรือเหตุ

           การณ์เป็น

           ปฏิปักษ์มี

           สภาพร้าย

           แรง

๔๖.๒ ถูกกล่าวหา

        ว่ากระทำ

        ผิดร่วมกัน

 

๔๖.๓ เมื่อคณะ

        กรรมการ

        สอบสวน

        แล้วเสร็จ

 

๔๖.๑.๑ เรื่องปรากฏต่อ ก.จังหวัด

           โดยทางใดทางหนึ่ง

๔๖.๑.๒ ก.จังหวัดต้องตรวจสอบ

๔๖.๑.๓ หากเป็นความจริง ให้มีมติ

             คัดเลือกกรรมการสอบสวนให้

๔๖.๑.๔ ส่งรายชื่อที่มีมติคัดเลือกแล้ว

           ให้นายก อปท.ออกคำสั่ง

           แต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน ๔๖.๑.๕ แจ้งต้นสังกัดของผู้ได้รับคัด

           เลือกเป็นกรรมการสอบสวน

           ทราบ  (เป็นการยกเว้นข้อ

           ๓๑ วรรค ๑ ที่ไม่ต้องขอความ

           ยินยอมก่อน)

๔๖.๒.๑ ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ

           ๔๖.๑

 

 

๔๖.๓.๑ ต้องรายงานผลการสอบสวน

           ให้ ก.จังหวัดพิจารณา

๔๖.๓.๒ เมื่อ ก.จังหวัดมีมติเป็นประ

           การใด ให้นายก อปท.สั่ง

           หรือปฏิบัติไปตามนั้น

๔๖.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

       กับวินัยและการรักษา

       วินัย และการดำเนิน

       การทางวินัย ข้อ ๓๑

       วรรค ๕ และหนังสือ

       สำนักงาน ก.อบต., ก.ท.

       ที่ มท ๐๘๐๙.๖/๑๓๒,

       ๑๓๓  ลง ๓๐ มิ.ย.๕๒

 

ข้อสังเกต  กรณีนี้ฝ่ายเลขาฯ

               ก.จังหวัด ควร

               ประสานภายใน

               กับผู้ที่ได้รับการ

               เสนอชื่อและต้น

               สังกัดก่อนเสนอ

               ชื่อให้ ก.จังหวัด

               พิจารณาคัดเลือก

๔๖.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

        กับวินัยและการรักษา

        วินัย และการดำเนิน

        การทางวินัย ข้อ ๓๑

        วรรค ๖

๔๗. การออกคำสั่งแต่งตั้งคณะ

      กรรมการสอบสวน (สว.๑)

๔๗.๑ คุณสมบัติ

        ของคณะ

        กรรมการ

        สอบสวน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๗.๒ รูปแบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๗.๓ การแจ้งคำ

        สั่งแต่งตั้ง

        กรรมการ

        สอบสวน

 

๔๗.๑.๑ เลือกพนักงานส่วนท้องถิ่นใน

           สังกัดก่อน หากจำเป็นจึงเลือก

           จากข้าราชการนอกสังกัด

           อปท.นั้น

๔๗.๑.๒ ข้าราชการ ทหาร เป็นกรรม

           การสอบสวนวินัยพนักงาน       

           ส่วนท้องถิ่นไม่ได้

๔๗.๑.๓ มีจำนวนอย่างน้อย ๓ คน

๔๗.๑.๔ ประธานต้องมีตำแหน่งระดับ

           (ซี) ไม่ต่ำกว่าผู้ที่ถูกกล่าวหา 

๔๗.๑.๕ ในจำนวน ๓ คนนั้น อย่าง

           น้อย ๑ คนเป็น ต้อง

           (๑) เป็นนิติกร

            (๒) จบปริญญาทางกฎหมาย

            (๓) ได้รับการฝึกอบรมหลัก

                 สูตรการดำเนินการทางวินัย

            (๔) มีประสบการณ์ด้านการ

                 ดำเนินการทางวินัย

๔๗.๑.๖  ให้กรรมการคนหนึ่งเป็น

            เลขานุการ

๔๗.๑.๗  แม้ภายหลังประธานจะมีระดับ

            (ซี) ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา ก็ไม่

            กระทบถึงการที่ได้ทำไปแล้ว

๔๗.๒.๑ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ

           สอบสวน (แบบ สว.๑) ต้อง

           ระบุ ๓ ส่วนประกอบ ดังนี้

           (๑)  ชื่อและตำแหน่งของผู้ถูก

                 กล่าวหา

           (๒)  เรื่องที่กล่าวหา

           (๓) ชื่อและตำแหน่งของกรรม

                การสอบสวน

           ส่วนประกอบนี้จะขาดส่วน

           หนึ่งส่วนใดไปมิได้ แต่จะให้มี

           ผู้ช่วยเลขานุการหรือไม่ก็ได้

๔๗.๓.๑ นายก อปท.ต้องแจ้งคำสั่งแต่ง

           ตั้งคณะกรรมการสอบสวน

           พร้อมสำเนา ๑ ฉบับให้ผู้ถูก

           กล่าวหาทราบ โดยเร็ว

           (๑) ให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อรับ

                ทราบไว้เป็นหลักฐาน

           (๒) หากแจ้งไม่ได้ ให้ส่งทาง

                ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบ

                รับ เมื่อพ้น ๑๕ วัน ถือว่า

                รับทราบแล้ว

๔๗.๓.๒ นายก อปท.ส่งคำสั่งแต่งตั้งให้

           คณะกรรมการสอบสวนทราบ

           พร้อมเอกสารการรับทราบข้อ

           กล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหา

๔๗.๓.๓ ประธานกรรมการลงนามรับทราบ

           ระยะเวลาการสอบสวนเริ่มนับ

๔๗.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

        กับวินัยและการรักษา

        วินัย และการดำเนิน

        การทางวินัย ข้อ ๓๑   

        วรรค ๑-๔

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๗.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

        กับวินัยและการรักษา

        วินัย และการดำเนิน

        การทางวินัย ข้อ ๓๒   

 

 

 

 

 

 

 

๔๗.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

        กับวินัยและการรักษา

        วินัย และการดำเนิน

        การทางวินัย ข้อ ๓๓

 

หมายเหตุ เจ้าหน้าที่ผู้เป็นเจ้าของเรื่องจะทำหน้าที่

แทนนายก อปท.

 

๔๘. ข้อความที่ต้องระบุในคำสั่ง

      แต่งตั้งคณะกรรมการสอบ

      สวน

ขาดส่วนหนึ่งส่วนใดมิได้

คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน (แบบ สว.๑) ต้องระบุ ๓ ส่วนประกอบ ดังนี้

          (๑) ชื่อและตำแหน่งของผู้ถูก

               กล่าวหา

          (๒) เรื่องที่กล่าวหา

          (๓) ชื่อและตำแหน่งของ

               กรรมการสอบสวนส่วนประกอบข้างต้นนี้จะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไปมิได้ (ดูข้อ ๔๗.๒ ประกอบ)

๔๘. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๒

๔๙. คำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบ

      สวนจะยกเลิกมิได้

๔๙.๑ ต้องตรวจ

        สอบให้รอบ

        คอบก่อน

        ออกคำสั่ง

        (อย่าผลีผลาม)

 

 

 

 

 

 

 

๔๙.๒ เมื่อออกแล้ว

        จะยกเลิกมิได้

 

 

 

 

 

 

๔๙.๓ หากมีความ

        จำเป็นต้อง

        เปลี่ยนแปลง

        แก้ไข สามารถ

        ดำเนินการ

        ได้ตามข้อ

        ๕๐

๔๙.๑.๑ พิจารณาว่า ณ วันที่จะออก

           คำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบ

           สวน มีมูลเพียงพอว่าผู้ถูก

           กล่าวหากระทำผิดวินัยหรือไม่

          (๑) หากมีมูลเพียงพอให้

                ดำเนินการทางวินัยทันที

 

 

         (๒)  หากมูลยังไม่เพียงพอ

               ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง

               เพิ่มเติมเสียก่อน

 

๔๙.๒.๑ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ

           สอบสวนทางวินัย อาจยกเลิก

           ได้เฉพาะคำสั่งที่สั่งผิดใน

           สาระสำคัญ เช่น ผิดตัวบุคคล

           ผิดเรื่องที่กล่าวหา (ข้อสังเกต

           อาจต้องขอ ก.จังหวัดมีมติให้

           ยกเลิก) หรือไม่มีชื่อและ

           ตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหา

 

๔๙. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัยฯ

      ข้อ ๓๑ วรรค ๗

 

(๑) มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๐ วรรค ๔

(๒) มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๐ วรรค ๕

 

 

 

 

 

 

 

 

๔๙.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๓๘

๕๐.  คำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบ

       สวนอาจเปลี่ยนแปลงได้

ยกเลิกไม่ได้

แต่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้

๕๐.๑ นายก อปท.เห็นว่า

           (๑) มีเหตุอันสมควร หรือ

           (๒) จำเป็น

        จะต้องเปลี่ยน เพิ่ม ลด

        จำนวนกรรมการสอบสวน

๕๐.๒ ให้สามารถดำเนินการได้ แต่

         ต้องแสดงเหตุแห่งการนั้นไว้ด้วย

๕๐. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๘

๕๑. หน้าที่ของคณะกรรมการ

      สอบสวน

มี ๕ ประการ

(๑) สอบสวนตามหลักเกณฑ์ ก.จังหวัด

(๒) แสวงหาความจริง

(๓) ดูแลให้เกิดความยุติธรรม

(๔) รวบรวมประวัติความประพฤติของ

     ผู้ถูกกล่าวหา

(๕) จัดทำบันทึกประจำวัน

     (ดูข้อ ๕๒ ประกอบ)

๕๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๙

๕๒. หน้าที่กรรมการสอบสวน

 

 

 

 

 

 

๕๒.๑  เกี่ยวกับ

         หน่วยงาน

๕๒.๒  เกี่ยวกับ

         บุคคล

๕๒.๓  กรรมการ

         สอบสวนมี

         หน้าที่สอบ

         สวนเพื่อ...

๕๒.๑.๑ ขอให้กระทรวง ทบวง ฯลฯ

           ชี้แจง ส่งเอกสารหรือบุคคล

๕๒.๒.๑ เรียกผู้ถูกกล่าวหา/บุคคลมา

           สอบสวน หรือให้ส่งเอกสาร

๕๒.๓.๑ แสวงหาความจริง

๕๒.๓.๒ ดูแลให้บังเกิดความยุติธรรม

๕๒.๓.๓ รวบรวมประวัติและความ

           ประพฤติของผู้ถูกกล่าวหา

๕๒.๓.๔ จัดทำบันทึกประจำวันทุกครั้ง

           ที่มีการสอบสวน

           (ดูข้อ ๕๑ ประกอบ)

๕๒. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๓ และข้อ ๓๙

หมายเหตุ กรรมการสอบสวนไม่มีสถานภาพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา จึงควรอ้างกฎหมายจัดตั้งเมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสอบสวน

(ดูข้อ ๑๑๔ ประกอบ)

๕๓. หน้าที่ประธานกรรมการ

      สอบสวน

  

เรียกประชุมเพื่อพิจารณาวางแนว ทางสอบสวน

เมื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ

สอบสวนและรับเรื่องแล้ว ให้ประธานกรรมการสอบสวนดำเนินการประชุมครั้งแรก (ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ประธานรับทราบคำสั่ง)

๕๓. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๔

      (ดูข้อ ๖๒.๑ ประกอบ)

๕๔. ผู้ออกจากราชการไปแล้ว

      จะดำเนินการทางวินัยได้

      หรือไม่

ต้องถูกกล่าวหาไว้ก่อนออกจากราชการ จึงจะดำเนินการทางวินัยได้

๕๔.๑ กล่าวหาเป็นหนังสือ

๕๔.๒ ต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีหน้าที่

         สืบสวนสอบสวน หรือตรวจสอบ

         ตามกฎหมาย

๕๔.๓ ว่ากระผิดวินัยอย่างร้ายแรง

        (แต่ถ้าถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด

        วินัยอย่างไม่ร้ายแรง นายก

        อปท.ไม่สามารถดำเนินการทาง

        วินัยได้) หรือถูกฟ้องคดีอาญา

        หรือต้องหาคดีอาญา (เว้นแต่

        ประมาทหรือลหุโทษ)

๕๔.๔ นายก อปท.สามารถดำเนินการ

        ทางวินัยได้ เสมือนว่าผู้นั้นยังมิ

        ได้ออกจากราชการ

๕๔.๕  หากผลการสอบสวนพิจารณา

        เห็นว่าผู้นั้นจะถูกลงโทษทาง

        วินัยอย่างไม่ร้ายแรง (ภาค

        ทัณฑ์/ตัดเงินเดือน/ลดขั้นเงิน

        เดือน) ก็ให้งดโทษเสีย

๕๔. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๔

 

 

 

หมายเหตุ (๑) เว้นแต่ออกจากราชการ เพราะตาย

               (๒) กรณีต้องการทราบว่าเรื่องใดถูกกล่าวหาไว้ก่อนออกจากราชการ หรือไม่ ต้องตรวจสอบจากเอกสารการ

กล่าวหา กับ วันที่ผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการว่า วันใดเกิดก่อน  หากวันออกจากราชการ

เกิดก่อนการกล่าวหา นายก อปท.ก็ไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้

๕๕. ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่กรรม

      (ตาย) ระหว่างการสอบสวน

ให้การสอบสวนเป็นอันยุติลง

คณะกรรมการสอบสวน ต้อง

๕๕.๑ รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มี

๕๕.๒ วินิจฉัยว่าผู้ตายกระทำผิดวินัย

        อย่างร้ายแรงหรือไม่ 

๕๕.๓ ถ้าผิด จะลงโทษปลดหรือไล่ออก

๕๕.๔ ปลดออกได้รับบำเหน็จบำนาญ

          ไล่ออกไม่ได้รับ

ข้อสังเกต  หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๕๐๔/๑๔๕๕๖  ลง  ๒๕ พ.ค.๒๐ ให้ ทำการสอบสวนต่อไป  น่าจะหมายถึง เพียงการรวบรวมพยานหลักฐานอื่นที่มิใช่การสอบปากคำบุคคล

๕๕. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๔ และหนังสือ

      สำนักงาน ก.พ. ที่ นร

      ๐๗๐๙.๒/๕๗๙ ลง ๔

      ก.ค.๔๐

 

หมายเหตุ   หากสอบปากคำพยานบุคคลและมีกรณีพาด พิงผู้ตาย ทำให้ผู้ตายไม่มีโอกาสต่อสู้

๕๖. เมื่อเกิดกรณีหนึ่งกรณีใด

      หรือทุกกรณี ดังต่อไปนี้

(๑)ถูกตั้งคณะกรรม

    การสอบสวน

    (วินัยอย่างร้าย

    แรง)

(๒)ถูกฟ้องคดีอาญา

(๓)ต้องหาคดีอาญา

๕๖.๑ นายก อปท.อาจสั่งพักราชการ

        หรือสั่งให้ออกจากราชการไว้

        ก่อนโดยความเห็นชอบของ ก.

        จังหวัดได้ ถ้ามีเหตุหนึ่งเหตุใด

        (ดูข้อ ๑๕ หลัง ประกอบ)

๕๖.๒  ผลการสอบสวนพิจารณาไม่ถึงกับ

          จะต้องลงโทษปลด/ไล่/ให้ออก ให้สั่ง

          ให้กลับเข้ารับราชการในตำแหน่ง

          เดิม หรือระดับเดียวกัน

๕๖.๓  ให้ถือว่ามีสถานภาพเป็นพนักงาน

          ส่วนท้องถิ่นตลอดเวลา

๕๖. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๕

๕๗. การดำเนินการทางวินัย

      กรณีเป็นการกระทำที่

      ปรากฏชัดแจ้ง

นายก อปท.จะดำ เนินการทางวินัย โดย

๑. ไม่สอบสวน

    หรือ

๒. งดการสอบสวน

    ก็ได้

 

 

 

๓. กรณีหย่อน/

    บกพร่อง และ

    ประพฤติไม่

    เหมาะสม ก็

    เช่นเดียวกัน

๕๗.๑ ปกตินายก อปท.จะดำเนินการ

        ทางวินัยต้องมีการสอบสวนก่อน

        ทุกครั้งจึงสั่งลงโทษทางวินัยได้

๕๗.๒ หากมีคำสั่งลงโทษ โดยไม่มีการ

        สอบสวน คำสั่งลงโทษนั้นย่อม

        เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ

๕๗.๓ แต่ถ้าเป็นความผิดที่ปรากฏชัด

        แจ้ง จะไม่สอบสวน หรืองดการ

        สอบสวน ก็สามารถลงโทษทาง

        วินัยได้

        (หรือให้ออกจากราชการได้)

ข้อสังเกต ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาว่า ต้องตั้งเรื่องเพื่อดำเนินการ

ทางวินัย แล้ว จึงจะไม่สอบสวน หรืองดการสอบสวนได้

๕๗. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๒๗-๒๙

 

 

 

 

 

 

 

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.๖/๒๕๕๔

๕๘. การกระทำที่ปรากฏชัดแจ้ง

๕๘.๑ วินัยไม่ร้าย

        แรง

 

 

 

 

 

 

 

๕๘.๒ วินัยอย่าง

        ร้ายแรง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๕๘.๓ หย่อน/

        บกพร่อง/

        ไม่เหมาะสม

มีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

(๑) ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระ

     ทำผิดทางอาญา และนายก อปท.

     เห็นว่าคำพิพากษาประจักษ์ชัด

     แล้ว

(๒) รับสารภาพเป็นหนังสือต่อนายก

     อปท. หรือผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือ

     กรรมการสอบสวน และบันทึกคำ

     รับสารภาพเป็นหนังสือไว้แล้ว

มีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

(๑)  ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้

      จำคุก (จริง ๆ) โดยไม่รอ

      (เว้นประมาท/ลหุโทษ)

(๒)  ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อใน

      คราวเดียวเกินกว่า ๑๕ วัน

      โดยนายก อปท.สืบสวนแล้วว่า

      ไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือมีพฤติ

      การณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่

      ปฏิบัติตามระเบียบ

(๓)  รับสารภาพเป็นหนังสือต่อนายก

      อปท. หรือผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือ

      กรรมการสอบสวน และบันทึกคำ

      รับสารภาพเป็นหนังสือไว้แล้ว

มีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

(๑) หย่อนความสามารถ

(๒) บกพร่องต่อหน้าที่ราชการ   

(๓) ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับ

     ตำแหน่ง

และนายก อปท.เห็นว่าหากให้อยู่ในราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ จะสั่งให้ออกจากราชการโดยไม่สอบสวนก็ได้ ถ้า...

(๑)  ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำ

      ผิดทางอาญา แต่ให้รอ และนายก

      อปท.เห็นว่าคำพิพากษาประจักษ์

      ชัดแล้ว

(๒)  รับสารภาพเป็นหนังสือต่อนายก

      อปท. หรือผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือ

      กรรมการสอบสวน และบันทึกคำ

      รับสารภาพเป็นหนังสือไว้แล้ว

๕๘.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๒๗

 

 

 

 

 

๕๘.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๒๘

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๕๘.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๒๙

๕๙. แจ้ง สว.๑, ๒ และ ๓ ไม่ได้

      ต้องทำอย่างไร

๕๙.๑ สว.๑ (คำสั่ง

       แต่งตั้งคณะ

       กรรมการ

       สอบสวน)

 

 

 

๕๙.๒ สว.๒ (แบบ

       การแจ้งและ

       อธิบายข้อ

       กล่าวหา) 

 

 

 

 

 

 

๕๙.๓ สว.๓ (แบบ

        สรุปพยาน

        หลักฐานที่

        สนับสนุน

        ข้อกล่าวหา)    

๕๙.๑.๑ กรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่รับทราบ

           หรือไม่อาจแจ้งได้

๕๙.๑.๒  ให้ส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์

           ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่

           ที่ปรากฏตามทางราชการ

๕๙.๑.๓ เมื่อพ้น ๑๕ วัน นับแต่วันส่ง

           ถือว่ารับทราบแล้ว

๕๙.๒.๑ กรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่รับทราบ

           หรือไม่มารับทราบ

๕๙.๒.๒  ให้ทำ สว.๒ เป็น ๓ ฉบับ  อีก ๑

            ฉบับส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

           ตอบรับไปยังที่อยู่ที่ปรากฏ

           ตามทางราชการ หรือสถานที่

           ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งให้ทราบ

๕๙.๒.๓ เมื่อพ้น ๑๕ วัน นับแต่วันส่ง

           ถือว่ารับทราบแล้ว (แม้ไม่ได้

           รับ สว.๒ คืน ก็ตาม)

๕๙.๓.๑ กรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่รับทราบ

           หรือไม่มารับทราบ

๕๙.๓.๒   ให้ทำ สว.๓ เป็น ๓ ฉบับ  อีก ๑

             ฉบับส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

           ตอบรับไปยังที่อยู่ที่ปรากฏ

           ตามทางราชการ หรือสถานที่

           ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งให้ทราบ

๕๙.๓.๓ เมื่อพ้น ๑๕ วัน นับแต่วันส่ง

           ถือว่ารับทราบแล้ว (แม้ไม่ได้

           รับ สว.๓ คืน ก็ตาม)

           (ดูข้อ ๖๐ ประกอบ)

     

๕๙.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๓๒ (๑)

 

 

 

๕๙.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๔๒ วรรค ๖

 

 

 

 

 

 

๕๙.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๔๓ วรรค ๖

 

 

 

๕๙.๓.๓ หนังสือสำนักงาน

           ก.พ.ที่ นร ๐๗๐๙.๒/

           ล๑๐๖ ลง ๒๒ มี.ค.  

           ๓๙

สรุป  ไม่ต้องคำนึงถึงผลของ

        การส่งว่าผู้ถูกกล่าวหา

        ได้รับหรือไม่

๖๐. สว.๒ หรือ สว.๓ สามารถ

      แจ้งวันเดียวกันได้

มาตรฐานทั่วไปมิได้ห้ามไม่ให้แจ้งในวันเดียวกัน

ที่กำหนดเช่นนี้เพราะต้องการให้คณะ กรรมการสอบสวนดำเนินการให้ครบ ถ้วนตามที่กำหนดไว้เท่านั้น

(ดูข้อ ๕๙ ประกอบ)

เทียบเคียง

๖๐. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

      ที่ นร ๐๗๐๙.๒/๑๑๙     

      ลง ๑๙ มี.ค.๔๐ ใน

      หนังสือตอบข้อหารือ

      เกี่ยวกับวินัยข้าราชการ

      พลเรือนฯ ตุลาคม ๒๕๔๐

      หน้า ๒๕๘

๖๑. กรรมการไม่ได้แจ้ง สว.๓

      เลย ต้องทำอย่างไร

นายก อปท.ต้องสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ถูกต้องโดยเร็ว

มี ๒ กรณี ดังนี้

(๑)  ไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบ

      บันทึก สว.๓

(๒)  ไม่ส่งบันทึก สว.๓

(๓)  ไม่มีหนังสือขอให้ผู้ถูกกล่าวหา

      มาชี้แจง

(๔)  ไม่นัดให้มาชี้แจงหรือนำสืบ

๖๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๖๓

๖๒. การประชุมครั้งแรกของ

      คณะกรรมการสอบสวน

เพื่อวางแนวทางการสอบสวน

๖๒.๑ เมื่อประธานกรรมการได้ลงลาย

        มือชื่อและวันเดือนปีรับทราบ

        คำสั่งแล้ว (ระยะเวลาการสอบ

        สวนเริ่มนับ ในวันถัดไปให้นับ

        เป็น ๑)

๖๒.๒ ให้ประธานกรรมการดำเนินการ

        ประชุม (ครั้งแรก)        

๖๒.๓ เพื่อวางแนวทางการสอบสวน

๖๒. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๔

      (ดูข้อ ๔๗.๓.๓ และข้อ   

      ๕๓ ประกอบ)

๖๓. องค์ประชุมกรรมการ

      สอบสวน

      

๖๓.๑ การประชุม

๖๓.๒ การสอบสวน

(๑)  ทุกครั้งต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

      ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

(๒)  เสียงเท่ากันประธานออกเพิ่มอีก

      หนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

(๓)  แต่หากจะแจ้ง สว.๓ และประชุม

      ลงมติทำ สว.๖ ต้องไม่น้อยกว่า

      ๓ คนด้วย

๖๓. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๕ และ ๔๖

 

๖๔. กรรมการสอบสวนไม่ครบ

      องค์ประชุมย่อมเสียไป

      เฉพาะส่วน

จะนำส่วนที่เสียไปนั้นมาใช้ลงโทษไม่ ได้

๖๔.๑ กรรมการสอบสวนที่มิได้ร่วม

        สอบมาลงลายมือชื่อในภาย

        หลังเพื่อให้ครบองค์ประชุม

๖๔.๒ ไม่อาจทำให้การสอบสวนดัง

        กล่าวเป็นการสอบสวนที่ถูก

        ต้องขึ้นมาได้  และ

๖๔.๓ ถือว่ากรรมการสอบสวนผู้นั้น

        กระทำผิดวินัยฐานไม่ปฏิบัติ

        ตามระเบียบของทางราชการ

๖๔. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

      ที่ นร ๐๗๐๙.๒/ป

      ๑๐๖๖ ลง ๑๕ พ.ย.๓๗

      ในหนังสือตอบข้อหารือ

      เกี่ยวกับวินัยข้าราชการ

      พลเรือนฯ ตุลาคม

      ๒๕๔๐ หน้า ๑๒๕

๖๕.  การคัดค้านกรรมการสอบสวน

      

๖๕.๑ โดยตัวผู้ถูก

         กล่าวหา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๖๕.๒ โดยกรรมการ

        สอบสวนเอง

 

๖๕.๑.๑ มีเหตุอย่างหนึ่งอย่างหนึ่งใด

           (๑) รู้เห็นเหตุการณ์

           (๒) มีประโยชน์ได้เสีย

           (๓) โกรธเคือง

           (๔) ญาติผู้กล่าวหา

           (๕) เหตุเสียความเป็นธรรมอื่น

๖๕.๑.๒ ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำคัดค้าน

           เป็นหนังสือต่อนายก อปท.

           ผู้สั่งแต่งตั้งภายใน ๗ วัน นับ

           แต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้ง

           กรรมการ

๖๕.๑.๓ เมื่อได้รับหนังสือคัดค้านแล้ว

           นายก อปท.ต้องสั่งคำคัดค้าน

           นั้น ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วัน

           ได้รับหนังสือคัดค้าน ด้วย ๒

           วิธี ดังนี้

            (๑) สั่งให้ผู้ถูกคัดค้านพ้น

                 จากการเป็นกรรมการ

                 สอบสวน

            (๒) ยกคำคัดค้าน

๖๕.๑.๔  คำสั่งของนายก อปท.ที่ยก

            คำคัดค้านให้เป็นที่สุด

๖๕.๑.๕ หากนายก อปท.ไม่สั่งการ

            อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ผู้ที่ถูก

            คัดค้านพ้นจากการเป็นกรรม

            การสอบสวน (ห้ามนั่งร่วม

            ทำการสอบสวน)

๖๕.๑.๖. เมื่อนายก อปท.ได้สั่งคำคัด

            ค้านแล้วให้แจ้งผู้คัดค้าน

            ทราบด้วย

๖๕.๑.๗  นายก อปท.ต้องส่งเรื่องการ

            คัดค้านให้กรรมการสอบ

            สวนรวบรวมไว้ในสำนวน

            โดยเร็ว

๖๕.๒.๑ ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ

           ๖๕.๑

          (ดูข้อ ๖๖ ประกอบ)

        

๖๕. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๓๖ และ ๓๗

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(๑) กรณีนี้ให้แต่งตั้งกรรมการ

     ทดแทน ตามข้อ ๓๘

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๖๕.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๓๗

๖๖. นายก อปท.ไม่สั่งคำคัดค้าน

      ภายใน ๑๕ วัน

ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน

๖๖.๑ ถือว่าการคัดค้านนั้นมีเหตุรับ

        ฟังได้

๖๖.๒ การสอบสวนหลังจากนั้นซึ่ง

        มีผู้ถูกคัดค้านร่วมอยู่ด้วย

        เป็นการไม่ชอบ

๖๖.๓ หากจะลงโทษวินัยอย่างร้าย

        แรง จะทำให้การสอบสวน

        และมติของกรรมการที่ไม่

        ครบองค์ประชุมเสียไปด้วย

๖๖.๔ นายก อปท.ควรมีคำสั่งให้ผู้

        ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็น

        กรรมการเสีย แล้ว

๖๖.๕ แต่งตั้งผู้อื่นที่เหมาะสมเป็น

        กรรมการแทนต่อไป

๖๖.๖ แต่ถ้าจะลงโทษวินัยอย่างไม่

        ร้ายแรง นายก อปท.สามารถ

        พิจารณาสั่งลงโทษได้ตาม

        ควรแก่กรณี  

       (ดูข้อ ๖๕ ประกอบ)

๖๖. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

      ที่ นร ๐๗๐๙.๒/ล๓๗๐     

      ลง ๒๖ พ.ย.๓๙ ในหนัง

      สือตอบข้อหารือเกี่ยวกับ

      วินัยข้าราชการพลเรือนฯ

      ตุลาคม ๒๕๔๐ หน้า

      ๒๓๓

 

 

 

 

 

 

 

       มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

       วินัยและการรักษาวินัยฯ

       ข้อ ๒๒ วรรค ๓

๖๗. การนับระยะเวลาการสอบสวน

๖๗.๑  อำนาจของ

         กรรมการ

๖๗.๒  อำนาจของ

         นายก อปท.

 

๖๗.๓  อำนาจของ

         ก.จังหวัด

 

 

 

๖๗.๔ ผู้มีหน้าที่ยื่น

        ขอขยายเวลา

        คือประธาน

        กรรมการสอบ

        สวนโดยยื่นต่อ

        นายก อปท.

         เพื่อให้อนุญาต

๖๗.๑.๑ มีกำหนด ๑๒๐ วัน

 

๖๗.๒.๑ ขยายได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ๆ ละ

           ไม่เกิน ๓๐ วัน เป็น ๖๐ วัน

           (รวมเป็น ๑๘๐ วัน)

๖๗.๓.๑ เมื่อครบ ๑๘๐ วันแล้ว ให้

           นายก อปท.รายงาน ก.

           จังหวัด จำนวนวันขึ้นอยู่ที่

           ความเหมาะสมและเป็นดุล

           พินิจของ ก.จังหวัด

           (กรรมการสอบสวนควรระบุ

           ด้วยว่าเหลือการรวบรวม

           พยานหลักฐานใดบ้าง และ

           จะใช้เวลากี่วัน เพื่อประกอบ

           การพิจารณา)

๖๗. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๔๐

 

หมายเหตุ  ๑. เงื่อนเวลาตามข้อนี้ ให้คำนึงถึงเวลารวมเป็นหลัก เวลาย่อยเป็นเพียงส่วน ประกอบ

              ๒. ระยะเวลาการ

ดำเนินการทางวินัย มักมิได้กำหนดนอกเหนือจากข้อ ๔๐ หากจะมีระยะเวลามักใช้คำว่า ทันที, โดยไม่ชักช้า, โดยเร็ว, หรือโดยพลัน แทน

๖๘.  ต้องนับระยะเวลาการสอบ

       สวนอย่างต่อเนื่อง

ไม่ต้องหยุดนับ

๖๘.๑  การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ

         สอบสวนไม่กระทบระยะเวลา

๖๘.๒  กรรมการชุดใหม่ต้องนับระยะ

         เวลาต่อเนื่องจากชุดเดิม

๖๘.๓  เมื่อครบกำหนดให้ขอขยาย

         ระยะเวลาตามปกติ

๖๘. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

      ที่ นร ๐๗๐๙.๒/ป๗๖๘      

      ลง ๓๑ ต.ค.๓๘ ใน

      หนังสือตอบข้อหารือ

      เกี่ยวกับวินัยข้าราชการ

      พลเรือนฯ ตุลาคม

      ๒๕๔๐ หน้า ๑๖๑

๖๙. คณะกรรมการสอบสวนทำ

      การสอบสวนเกินระยะเวลา

      ที่กำหนด โดยมิได้ขอขยาย

      เวลาการสอบสวน

ไม่ถือเป็นสาระสำ คัญอันจะทำให้เสียความเป็นธรรมแต่อย่างใด

นายก อปท.จะสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการขอขยายเวลาให้เป็นการถูกต้องหรือไม่ก็ได้

 

ข้อสังเกต  เป็นกรณีไม่มีเจตนาให้เกิดความล่าช้า แต่หากมีเจตนากรรมการอาจมีความผิดได้

๖๙. หนังสือสำนักงาน ก.พ.

       ที่ นร ๐๗๐๙.๒/ป๒๒     

       ลง ๑๗ ม.ค.๓๙ ใน

       หนังสือตอบข้อหารือ

       เกี่ยวกับวินัยข้าราชการ

       พลเรือนฯ ตุลาคม

       ๒๕๔๐ หน้า ๑๗๗

๗๐. การอ้างพยานหลักฐาน

พยานเอกสาร/พยานวัตถุ

๗๐.๑ ให้กรรมการสอบสวนบันทึกว่า

          ได้มาอย่างไร  จากผู้ใด และเมื่อใด๗๐.๒  ให้ใช้ต้นฉบับ

๗๐.๓  หากไม่อาจนำต้นฉบับมาได้ จะใช้

          สำเนาที่กรรมการหรือผู้รับผิดชอบ

          รับรองก็ได้

๗๐.๔  ถ้าต้นฉบับสูญหาย/ถูกทำลาย จะให้

          นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบก็

          ได้

 

 

๗๐. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย       

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๔๑

หมายเหตุ  กรณีกรรมการสอบสวนจะใช้สำนวนการสอบข้อเท็จจริงมาเป็นหลัก ฐานในสำนวนการสอบสวน ต้องดำเนินการ ดังนี้

    (๑) มีมตินำมาใช้

    (๒) สอบสวนพยานบุคคล

         ทุกปากเพื่อยืนยันการ

         ให้ถ้อยคำที่เคยให้ไว้

         หรือที่เรียกว่า

         สอบยัน

         ปากใดสอบยันไม่ได้

         ให้ตัดพยานปากนั้น

๗๑. การสอบสวนเพิ่มเติม

๗๑.๑ ในชั้นของ

        กรรมการ

        สอบสวน

 

๗๑.๒ ในชั้นของ

        นายก อปท.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๗๑.๓ ในชั้นของ

        ก.จังหวัด

๗๑.๑.๑ ก่อนกรรมการสอบสวนเสนอ

           สำนวนการสอบสวนต่อนายก

           อปท.กรรมการสอบเพิ่มเติม

           ได้

๗๑.๒.๑ นายก อปท.เห็นสมควรสอบ

           สวนเพิ่มเติม ต้องกำหนดประ

           เด็นและข้อสำคัญส่งไปให้

           กรรมการสอบสวนชุดเดิม

           สอบสวนเพิ่มเติม

๗๑.๒.๒ เมื่อกรรมการสอบสวนเสร็จ

          ส่งผลการสอบให้นายก อปท.

          โดยไม่ต้องทำความเห็นอีก

๗๑.๒.๓ กรณีกรรมการสอบสวนชุด

           เดิมไม่อาจสอบสวนได้ หรือ

           เห็นเป็นการสมควร นายก

           อปท.จะตั้งกรรมการสอบ

           สวนชุดใหม่ขึ้นทำการสอบ

           สวนก็ได้

๗๑.๓.๑ ก.จังหวัดเห็นสมควรให้สอบ

           สวนเพิ่มเติม ต้องกำหนด

            ประเด็นและข้อสำคัญส่งไป

            ให้กรรมการสอบสวนชุดเดิม

            สอบสวนเพิ่มเติม

๗๑.๓.๒  เมื่อกรรมการสอบสวนเสร็จ

             ให้ส่งผลการสอบให้ ก.จังหวัด               

            โดยไม่ต้องทำความเห็นอีก

๗๑.๓.๓  กรณีกรรมการสอบสวนชุด

            เดิมไม่อาจสอบสวนได้ หรือ

            เห็นเป็นการสมควร นายก

            อปท.จะตั้งกรรมการสอบ

            สวนชุดใหม่ขึ้นทำการสอบ

            สวนก็ได้

๗๑.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

        กับวินัยและการรักษา

        วินัย และการดำเนิน

        การทางวินัย ข้อ ๔๔

๗๑.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

        กับวินัยและการรักษา

        วินัย และการดำเนิน

        การทางวินัย ข้อ ๖๐

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๗๑.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๖๐ และข้อ

        ๗๑ วรรค ๑

 

 

 

๗๑.๓.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยว

           กับวินัยและการ

           รักษาวินัย และการ

           ดำเนินการทางวินัย

           ข้อ ๖๐ วรรค ๒

๗๒. การชี้แจง การให้ถ้อยคำและ

      การนำสืบแก้ข้อกล่าวหาเพิ่ม

      เติม

เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา

ดำเนินการได้ ๒ ขั้นตอน ดังนี้

(๑)  เมื่อกรรมการสอบสวนยังสอบ

      สวนไม่แล้วเสร็จ ให้ยื่นต่อคณะ

      กรรมการสอบสวน

(๒)  เมื่ออยู่ระหว่างการพิจารณาของ

      นายก อปท. (รวมทั้งนายก อปท.

      สังกัดใหม่กรณีโอนด้วย) ให้ยื่นต่อ

      นายก อปท.ผู้ที่พิจารณานั้น และ

      ให้นายก อปท.ผู้นั้นรับคำชี้แจง

      รวมไว้ในสำนวนเพื่อประกอบการ

      พิจารณาด้วย

๗๒. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๔๕

๗๓. การสอบสวนเสียไปหรือไม่

๗๓๑ ระยะเวลา

        การสอบสวน

 

 

 

 

๗๓.๒ คุณสมบัติ

        ของคณะ

        กรรมการ

        สอบสวน

๗๓.๑.๑ เป็นเพียงเงื่อนเวลาเร่งรัด แม้

           จะล่วงเลยเวลาไปบ้าง ก็ไม่ทำ

           ให้การสอบสวนทั้งหมดเสียไป

           ซึ่งกรรมการสอบสวนต้อง

           ดำเนินการสอบสวนให้แล้ว

           เสร็จโดยเร็ว

๗๓.๒.๑ ทำให้การสอบสวนทั้งหมด

           เสียไป ต้องแต่งตั้งคณะ

           กรรมการขั้นทำการสอบ

           สวนใหม่ให้ถูกต้อง

 

 

 

 

 

 

๗๓.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๖๑

๗๔. การสอบสวนเสียไปเฉพาะ

      ส่วน

นายก อปท.ต้องสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องโดย เร็ว

มี ๒ กรณี ดังนี้

 (๑)  องค์ประชุมไม่ครบ

 (๒)  สอบปากคำบุคคลไม่ถูกต้อง

        (ผู้อื่นร่วมสอบ/กรรมการน้อย

        กว่ากึ่ง/ล่อลวง ขู่เข็ญ/ผู้อื่นอยู่

        ในที่สอบสวน/คณะกรรมการ

        สอบสวนดำเนินการไม่ถูกต้อง)

๗๔. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๖๒

๗๕. การสอบสวนตอนใดทำไม่

      ถูกต้อง (นอกจากตามวินัย

      ข้อ ๖๑)

กรณีต่อไปนี้เป็นดุลพินิจของนายก อปท.ว่าจะสั่งให้กรรมการสอบสวนแก้ไขหรือไม่

๗๕.๑ ถ้าเป็นสาระสำคัญอันจะทำให้

        เสียความเป็นธรรม ให้นายก

        อปท.สั่งให้คณะกรรมการดำ

        เนินการแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็ว

๗๕.๒ ถ้ามิใช่สาระสำคัญอันจะทำให้

        เสียความเป็นธรรม นายก

        อปท.จะสั่งให้แก้ไขหรือไม่ก็ได้

๗๕. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๖๔

๗๖. ผู้ถูกกล่าวหาโอนระหว่าง

      การสอบสวน

ให้กรรมการสอบ สวนทำการสอบ   

สวนต่อไปจนเสร็จ

๗๖.๑ ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอ

        สำนวนการสอบสวนต่อนายก

        อปท.สังกัดเดิม

๗๖.๒ ให้นายก อปท.สังกัดเดิมตรวจ

        สอบความถูกต้องของสำนวน

        จากนั้นส่งต่อไปยังนายก อปท.

        สังกัดใหม่ (สังกัดปัจจุบัน)

๗๖.๓ นายก อปท.สังกัดใหม่ ตรวจสอบ

         ความถูกต้องอีกครั้ง  แล้วให้ใช้

         สำนวนนั้นพิจารณาลงโทษเลย

         (ตั้งกรรมการสอบใหม่อีกไม่ได้

         เพราะจะเป็นการดำเนินการทาง

         วินัยซ้ำในความผิดเดียวกัน)

๗๖. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๕๖ และกฎ

      หมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.

      ๒๕๕๐ มาตรา ๓๔

  

หมายเหตุ ไม่ให้โอน ระหว่างการสอบสวนโดยอ้างว่าถูกตั้งกรรมการสอบสวน อาจขัดรัฐ ธรรมนูญ  เพราะสามารถสอบ สวนได้ตามข้อ ๕๖ อยู่แล้ว          

๗๗. ข้ออนุญาตและข้อห้ามใน

      การสอบสวนของคณะกรรม

      การสอบสวน

๗๗.๑ ข้ออนุญาต

 

 

 

๗๗.๒ ข้อห้าม

 

 

 

 

๗๗.๓ วิธีการสอบ

        สวน

 

 

 

๗๗.๑.๑  ผู้ที่อยู่ในที่สอบสวนได้

             (๑) ทนายความของผู้ถูกกล่าวหา

             (๒) ที่ปรึกษาของผู้ถูกกล่าวหา

             (๓) บุคคลที่กรรมการอนุญาต

๗๗.๒.๑  มิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการ

             สอบสวน

๗๗.๒.๒  มิให้บุคคลอื่นอยู่ในที่สอบสวน

๗๗.๒.๓  มิให้ล่อลวง ขู่เข็ญ สัญญา จูงใจ

 

ให้คณะกรรมการสอบสวน

๗๗.๓.๑  รวบรวมประวัติ/ความประพฤติ

             ของผู้ถูกกล่าวหา 

๗๗.๓.๒  จัดทำบันทึกประจำวันทุกครั้ง

๗๗.๓.๓  กำหนดวัน เวลา สถานที่จะทำ

             การสอบสวน

๗๗.๓.๔  ให้เรียกผู้ที่จะถูกสอบสวนเข้ามา

             ในที่สอบสวนทีละคน

๗๒.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๔๘ วรรค ๑

๗๒.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๓๙ วรรค ๑,

        ๔๗ และ ๔๘ วรรค ๑

๗๒.๓ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๓๙ ข้อ ๔๙

        วรรค ๑

 

        ข้อ ๔๘ วรรค ๑

 

๗๘. วิธีการสอบพยานบุคคล

เป็นการสอบปากคำพยาน

 

 

 

๗๘.๑  ให้ใช้ สว.๕ ในการบันทึกถ้อยคำ

๗๘.๒  บันทึกแล้วอ่านให้เขาฟัง หรือ

          ให้อ่านเอง  แล้วให้ผู้นั้นลงชื่อ

          กำกับพร้อมกรรมการทุกคน

๗๘.๓  กรณีมีบันทึกหลายหน้า ให้ผู้นั้น

          และกรรมการอย่างน้อย ๑ คน ลง

           ชื่อกำกับทุกหน้า

๗๘.๔  ห้ามขูดลบหรือบันทึกข้อความทับ

๗๘.๕  ถ้าจะแก้ไข ให้ขีดฆ่าหรือตกเติม

          แล้วให้ผู้นั้น และกรรมการอย่าง

          น้อย ๑ คน ลงชื่อกำกับทุกแห่ง

๗๘.๖  กรณีผู้ให้ถ้อยคำไม่ลงลายมือชื่อ

          ให้บันทึกเหตุไว้ในบันทึกนั้น

๗๘.๗  ผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถลงลายมือชื่อ

          ได้ ให้ใช้ ป.พ.พ.มาตรา ๙

๗๘. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๔๘

๗๙. การตัดพยาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๗๙.๑ กรรมการจะไม่

         สอบสวนพยาน

         ปากนั้นก็ได้

       ถ้า...

 

 

๗๙.๒ กรรมการจะ

        งดการสอบ

        สวนพยาน

        หลักฐานนั้น

        ก็ได้  ถ้า...

๗๙.๑.๑  พยานมา แต่ไม่ให้ถ้อยคำ

๗๙.๑.๒  พยานไม่มา

๗๙.๑.๓  กรรมการเรียกพยานไม่ได้

             ภายในเวลาอันสมควร

๗๙.๑.๔  แต่ให้บันทึกเหตุนั้นไว้ในบันทึก

             ประจำวัน

๗๙.๒.๑  หลักฐานใด จะทำให้การสอบสวน

             ล่าช้าโดยไม่จำเป็น

๗๙.๒.๒  มิใช่หลักฐานในประเด็นสำคัญ

๗๙.๒.๓  แต่ให้บันทึกเหตุนั้นไว้ในบันทึก

             ประจำวัน

๗๙.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๔๙ วรรค ๒

 

 

๗๙.๒ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๕๐

๘๐. การสอบสวนหรือรวบรวม

      พยานหลักฐานต่างท้องที่

มี ๒ วิธี (ให้เลือก)

๘๐.๑ ส่งประเด็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๘๐.๒ เดินทางไป

        สอบสวนเอง

 

๘๐.๑.๑  กรรมการกำหนดประเด็นหรือข้อ

             สำคัญที่จะสอบสวน

๘๐.๑.๒  ประธานกรรมการสอบสวนราย

             งานนายก อปท.ที่สั่งแต่งตั้งกรรม

             การสอบสวน

๘๐.๑.๓  นายก อปท.ที่สั่งแต่งตั้งฯ  ขอให้

             หัวหน้าส่วนราชการในท้องที่จะ

             สอบ ทำการสอบสวนหรือรวบ

             รวมแทนก็ได้

๘๐.๑.๔  โดยเลือกข้าราชการในบังคับ

             บัญชาอย่างน้อย ๒ คน ร่วมเป็น               

            “คณะทำการสอบสวน

๘๐.๑.๕  คณะทำการสอบสวน มีฐานะเป็น

             กรรมการสอบสวน

 

 

 

๘๐.๒.๑  เป็นการสอบสวนเช่นเดียวกับ

             สอบสวนในท้องที่ ซึ่งต้องมีการ

             ขออนุมัติเดินทางไปราชการตาม

             ระเบียบ

๘๐.๒.๒  ไม่ควรเรียกพยานมาสอบ เพราะ

             จะสร้างภาระให้พยานเกินจำเป็น

 

๘๐.๑ มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

        วินัยและการรักษาวินัย

        และการดำเนินการทาง

        วินัย ข้อ ๕๑ วรรค ๑

 

 

 

 

 

 

 

 

๘๐.๑.๕ มาตรฐานทั่วไป

           เกี่ยวกับวินัยและการ

           รักษาวินัย และการ

           ดำเนินการทางวินัย

           ข้อ ๕๑ วรรค ๒

 

 

 

 

หมายเหตุ เนื่องจากอาจเกิดปัญหาเรื่องเงินค่าพยาน       

๘๑. กรรมการสอบสวนพบเรื่อง

      อื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่ง

      แต่งตั้งกรรมการสอบสวน

      (สว.๑) ต้องทำอย่างไร

กรรมการจะสอบ สวนในเรื่องอื่นนั้น

ไม่ได้

๘๑.๑  ให้ประธานกรรมการสอบสวน

          รายงานนายก อปท.เจ้าของคำสั่ง

          นั้นโดยเร็ว

๘๑.๒  ถ้านายก อปท.เห็นว่ากรณีมีมูล

          ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

           ในเรื่องนั้น จากกรรมการคณะเดิม

           หรือคณะใหม่ก็ได้

๘๑. มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ

      วินัยและการรักษาวินัย

      และการดำเนินการทาง

      วินัย ข้อ ๕๒

๘๒. กรรมการสอบสวนพบว่ามี

      การพาดพิงข้าราชการผู้อื่น

      (นอกจากที่ระบุในคำสั่ง

      แต่งตั้งคณะกรรมการสอบ

      สวน (สว.๑)

กรรมการจะสอบ สวนผู้อื่นนั้นในฐานะเป็นผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้